คุณธนิตย์ ตอนผมเป็นเด็กผมเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ ชอบฟังมากกว่า เท่าที่สังเกตุตัวเองเวลาฟังครูอธิบายมันจะทำให้ผมคิดตามและเวลาทำแบบทดสอบจะนึกถึงคำอธิบายของครูได้เสมอจึงทำให้สามารถตอบคำถามนั้นๆได้(ยกเว้นไม่ฟัง ฮ่า) อาจด้วยสาเหตุที่ไม่ชอบอ่านนี้กระมั้งจึงทำให้ผมเขียนหนังสือผิดประจำ สาเหตุที่ไม่ชอบอ่านหนังสืออาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น เป็นเด็กบ้านนอก พ่อแม่ยากจน ฯลฯ แต่สาเหตุหลักผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของวุฒิภาวะของแต่ละบุคคลมากกว่า คุณว่าไง? และคุณคิดว่าจะทำอย่างไรให้เด็กรักที่จะอ่าน เท่าที่สังเกตุในปัจจุบันมีหลายภาคส่วนพยามส่งเสริมเรื่องนี้กันอยูแต่ก็ดูเหมือนยังไม่ประสบผลสำเร็จสักเท่าไร ทำอย่างไร?ที่จะทำให้นักเรียนมีวุฒิภาวะในเรื่องรักการอ่าน ไม่ต้องไปไกลถึงระดับชาติเอาแค่คนใก้ลตัว ลูกเรา และลูกศิษย์ในโรงเรียนเราก็พอ (ผมจนปัญญาจริงๆ เฮ้ย!) ผมเคยฝึกเด็กนักเรียนเฉพาะในชั้นเรียนที่เป็นที่ปรึกษาและเป็นเด็กค่อนข้างเรียนดี เป็นเวลา 3 ปี (ม.1-ม.3)ด้วยอำนาจของครูที่ปรึกษาเท่าที่จะทำได้ โดยใช้หลักการ 3R (เคยอ่านมาจากหนังสือแนะ 1 นาทีวิธีเรียนเก่ง ของครูแว่น นำมาประยุกต์ด้วยความคิดและประสบการณ์ของตนเอง) R1 คือ Read การอ่านแบบง่าย R2 คือ Recite การอ่านแบจดบันทึก หรือทำเครื่องหมายให้ข้อความนั้โดดเด่นหรือชัดเจนมายิ่งขึ้น R3 คือ Review การอ่านแบบทบทวน ผมได้นำ 3R มาประยุกต์ให้นักเรียนทุกคนไปทำโปรแกรมการอ่านตามใจเขา(เฉพาะหนังสือเรียน) อ่านแล้วบันทึกหัวข้อสำคัญที่เขาอ่านลงในสมุดบันทึกการอ่านแล้วให้นำส่งผมทุกวันศุกร์ ใกล้สอบแนะนำให้เขานำสมุดที่เขาบันทึกไปอ่านทบทวนเรืองที่เขาบันทึก เพื่อเตรียมตัวสอบ มีนักเรียนประมาณ 4-5 คน ไม่ค่อยทำตาม และถูกลงโทษเป็นประจำ(ด้วยวิธีการของครู)และเด็กลุ่มนี้จะมีผลการเรียนที่อยู่ในกลุ่มต่ำของห้อง นักเรียนส่วนใหญ่มีผลการเรียนค่อนข้างดี (ประมาณ 3.00-4.00)ผมทำอย่างต่อเนื่อง 3 ปี ตอนนี้เด็กกลุ่มนี้อยู่ ม.ปลายแล้ว และได้พูดคุยติดตามเขาเป็นประจำ มีนักเรียนคนหนึ่งบอกว่าตอนนี้ไม่มีใครทำตามที่ผมได้ฝึกเขาเหมือนเมื่อตอน ม.ต้นเลย และเขาได้บอกอีกว่า ตอน ม.ต้น มีนักเรียนไม่กี่คนที่ทำตามที่ผมแนะนำ(1-3 คน) นอกนั้นลอกข้อความในหนังสือมาส่งเพราะกลัวถูกลงโทษ (ผมควรจะดีใจหรือเสียใจดี)ตอนนี้ผมพยามทำกับเด็กอีกกลุ่มหนึ่งในฐานะครูที่ปรึกษาเหมือนเดิม แต่เป็นเด็กกลุ่มที่มีผลการเรียนค่อนข้างต่ำ (จากการสอบคัดเลือกเข้าเรียน)ผมชักท้อเหมือนกันแต่จะลองทำอีกสักครั้ง (ผลเป็นอย่างไร อีก 3 ปีจะเล่าให้ฟัง ฮ่าๆ) คุณเป็นคนรัการอ่านมาตั้งแต่เด็กคุณน่าจะมีสิ่งที่เป็นประสบการณ์ดีๆมาเล่าสู่กันฟัง น่าจะเป็นประโยชน์ ขอบคุณ