หัวข้อ : สิทธิสตรีไทยในยุคทุนนิยมแรงงาน

วิธีการศึกษา : ศึกษาจากเอกสารและงานที่เกี่ยวข้องโดยได้นำทฤษฎีสตรีนิยมสายมาร์ซิสต์เป็นหลักในการศึกษาวิเคราะห์

ผลการศึกษาพบว่า :

1. ปัจจัยที่ทำให้สตรีเข้าสู่การจ้างงาน

จากรายงานของสำนักงานสถิติแห่ชาติในปี พ.ศ.2538 ประเทศไทยมีกำลังแรงงานทั้งหมด 31,347,972 คน เป็นกำลังแรงงานหญิง 13,820,584 คน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 44.08 จากสถิติดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าแรงงานหญิงเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของชาติไม่แพ้แรงงานชาย ส่วนปัจจัยที่ทำให้แรงงานหญิงเข้าสู่ตลาดแรงงานนั้น สรุปพอสังเขปได้ดังนี้

1.1 ภาวะค่าครองชีพ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมชนบทมาเป็นสังคมเมืองและส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในสังคมปัจจุบันที่ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนสูงขึ้น และการที่ผู้หญิงจะสวมบทบาทแม่บ้านเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ผู้หญิงจึงต้องหางานทำเพื่อให้มีรายได้เป็นการแบ่งเบาภาระในครอบครัว และเป็นแรงผลักดันให้ผู้หญิงเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น

1.2 การศึกษาแม้ว่าปัจจุบันแรงงานหญิงจะเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้นก็ตาม แต่ในอีกมุมหนึ่งแรงงานหญิงส่วนหนึ่งเป็นแรงงานที่มีการศึกษาและมีแนวโน้มที่จะได้รับการศึกษาสูงขึ้นเนื่องจากนโยบายการขยายการศึกษาภาคบังคับ ต่างกับแรงงานหญิงในระดับผู้ปฏิบัติงานในโรงงานต่าง ๆ ซึ่งมีการศึกษาน้อย แต่มีความอดทนสูง และส่วนใหญ่มาจากชนบทจากครอบครัวเกษตรกรรมที่มีความอดทนเป็นพื้นฐาน ดังนั้นเมื่อได้งานทำแม้ว่านายจ้างจะให้หรือไม่ให้สวัสดิการต่าง ๆ ก็ยอมจำน

1.3 ความต้องการแรงงานหญิงในอุตสาหกรรมบางประเภท ความเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรม และความแตกตัวของธุรกิจบางประเภทเป็นสาเหตุหนึ่งของความต้องการแรงงานที่มีความอดทน ละเอียดรอบคอบและประณีต ซึ่งแรงงานหญิงมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมดังกล่าวมากกว่าแรงงานชาย เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ การประกอบอุปกรณ์เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ หรืออุตสาหกรรมผลิตอาหาร เป็นต้น

2. สาเหตุที่ทำให้แรงงานสตรีถูกล่วงละเมิด

สิทธิขั้นพื้นฐานนั้นก็เพราะค่านิยมที่มองว่าสถานภาพของผู้หญิงอ่อนแอกว่าผู้ชายไม่สามารถจะทำงานได้เหมือนกับที่ผู้ชายทำ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในหลายประเทศก็มีการพัฒนามากขึ้นทำให้เศรษฐกิจเติบโตตามมาส่งผลให้เกิดช่องว่างทางรายได้และกระทบมายังครอบครัวทำให้ผู้หญิงต้องออกมาขายแรงงานเพื่อหารายได้ไปจุนเจือครอบครัว การที่ผู้หญิงออกมาขายแรงงานมากขึ้นผู้ผลให้ผู้ประกอบการเอารัดเอาเปรียบผู้หญิงได้ง่ายด้วยการอ้างเหตุผลเพียงแค่ว่าแรงงานหญิงเป็นแรงงานที่อ่อนแอกว่าแรงงานชายจึงไม่ให้ความสำคัญมากเท่ากับแรงงานชาย

3. ความสัมพันธ์ของนายจ้างกับแรงงานหญิง

เป็นไปตามลักษณะของการจ้างงานที่ได้มีการบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานซึ่งจะมีการทำสัญญาจ้างงานไว้เป็นหลักฐานในขณะเดียวกันสถานะความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับแรงงานจะจบลงก็ต่อเมื่อหมดสิ้นสัญญาจ้างงาน เช่น นายจ้างเลิกจ้าง ลูกจ้างลาออก เป็นต้น