นางสาวอรวรรณ โพธาราม รหัสนิสิต 48011310407 เอก po ปี 4
หัวข้อในการศึกษา : มุมมองวัฒนธรรมชุมชนหมู่บ้านจากอดีตสู่สังคมยุคโลกาภิวัตน์: กรณีศึกษา บ้านไผ่ล้อม ตำบลเชียงขวัญ อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด
วิธีการศึกษา : ในการวิจัยครั้งนี้ ใช้วิธีศึกษาจากเอกสารและการวิจัยภาคสนามโดยมีขั้นตอนในการศึกษาดังต่อไปนี้
1. วิธีการศึกษาเอกสาร ศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบของโลกาภิวัตน์ต่อวัฒนธรรมและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมโดยแหล่งเอกสารมาจากห้องสมุดของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และเอกสารบางส่วนได้รับการอนุเคราะห์จากอาจารย์ที่ปรึกษาการทำวิจัย
2. วิธีการวิจัยภาคสนาม ในการวิจัยครั้งนี้จะใช้ข้อมูลจากการวิจัยภาคสนามเป็นหลัก โดยวิธีการดำเนินการดังต่อไปนี้
2.1 การสัมภาษณ์ โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เป็นรายบุคคล ซึ่งประกอบด้วย
2.1.1 ผู้รู้ ได้แก่ ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครู ผู้นำทางศาสนา ผู้นำท้องถิ่น คณะกรรมการหมู่บ้านละผู้อาวุโสในหมู่บ้าน ใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง
2.1.2 ประชากรอายุ13-50 ปี โดยใช้การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง
2.2 การสังเกต
2.2.1 การสังเกตแบบมีส่วนร่วม จะกระทำในช่วงที่มีการประกอบกิจกรรมต่างๆของชาวบ้าน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงมากที่สุด
2.2.2 การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม เป็นการสังเกตสภาพเหตุการณ์ทั่วไปของหมู่บ้านไผ่ล้อม
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล : การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ได้ใช้ทั้งระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพและระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณผสมผสานกัน เพื่อการศึกษา โดยใช้การสังเกตที่มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด การศึกษาโดยการใช้การสัมภาษณ์ตามแบบสัมภาษณ์ และการสัมภาษณ์ตามแนวทางในการสัมภาษณ์ ที่ได้สร้างขึ้นเพื่อตรวจสอบข้อมูลให้ได้ข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์และเชื่อถือได้ให้มากที่สุด แยกได้ดังนี้
1. การรวบรวมข้อมูลโดยการสังเกต เป็นวิธีที่มีความสำคัญเน้นเป็นอย่างมากในการวิจัยในครั้งนี้ เพื่อที่จะได้สังเกตพฤติกรรมต่างๆของบุคคลที่เกิดขึ้นในชุชนอย่างใกล้ชิด มีการพูดคุยพบปะและมีโอกาสร่วมในกิจกรรมต่างๆกล่าวคือ
1.1 การเข้าไปสังเกตการณ์โดยตรงกับพฤติกรรมต่างๆและการเข้าไปมีส่วนร่วมเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน เพื่อจะได้มีความเข้าใจในเรื่องที่ศึกษาดีที่สุดตลอดระยะเวลาที่ทำการวิจัย
1.2 การพูดคุยพบปะสัมภาษณ์เรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวกับผลกระทบของโลกาภิวัตน์ต่อวัฒนธรรม และการพัฒนาประเทศเพื่อให้ก้าวทันกับยุคโลกาภิวัตน์ตามนโยบายของรัฐว่ามีผลกระทบต่อวัฒนธรรมของชุมชนอย่างไร โดยเน้นการสัมภาษณ์ ตามแนวทางการสัมภาษณ์อย่างลึกซึ่ง เพื่อจะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ต่างๆและผลกระทบที่ชาวบ้านได้รับจากอิทธิพลของโลกาภิวัตน์ บุคคลที่สัมภาษณ์ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าอาวาส อดีตข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ ครู ข้าราชการ พ่อค้าในหมูบ้านและผู้รู้อื่นๆ
2. การสัมภาษณ์เพื่อให้ได้ข้อมูลปัจจุบันเกี่ยวกับวัฒนธรรมชุมชนของหมู่บ้าน จะทำการสัมภาษณ์เพื่อจะได้ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับผลกระทบและปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของบ้านไผ่ล้อม จากอดีตและปัจจุบันจะสัมภาษณ์หัวหน้าครอบครัวที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ในบ้านไผ่ล้อมมาแล้วไม่น้อยกว่า 30 ปี จำนวน 50 ครัวเรือน
ในการวิจัยครั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริงที่สุด ผู้วิจัยจะดำเนินการสังเกต สัมภาษณ์เองทั้งหมด
การจัดกระทำกับข้อมูล
ในการจัดกระทำข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการดังจ่อไปนี้
1. เก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้มาทั้งหมดจากการสัมภาษณ์ จากการสังเกต และจากเอกสารงานวิจัยที่ เกี่ยวข้อง
2. ตรวจสอบความถูกต้องความสมบูรณ์ของข้อมูลแล้วนำมาแยกแยะและจัดเป็นหมวดหมู่ตามประเด็นที่ศึกษา
3. วิเคราะห์ข้อมูลตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ โดยใช้วิธการพรรณนาวิเคราะห์โดยแยกแยะจัดหมวดหมู่ทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ของชุมชนที่ได้เข้าไปทำการศึกษา ซึ่งรูปลักษณ์จะเป็นการศึกษาทั้งในเชิงประวัติศาสตร์บอกเล่าและวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนที่เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยวิธีการทางสถิติ คือร้อยและอธิบายผลที่ได้รับโดยวิธีพรรณนาวิเคราะห์ โดยใช้ตารางประกอบตามความจำเป็น
สรุปผลการศึกษา : การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาถึงโลกาภิวัตน์ที่ส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมชุมชนหมู่บ้าน ของบ้านไผ่ล้อม ตำบลเชียงขวัญ อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด ผลการวิจัยพบว่า
ลักษณะผลกระทบทางวัฒนธรรมเกิดเกิดจากการที่สังคมมีการพัฒนาเพื่อก้าวสู่ยุคสมัยใหม่อันได้รับอิทธิพลมาจากโลกาภิวัตน์ ส่งผลให้ชุมชนมีการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆและนำมาสู่ผลกระทบทางวัฒนธรรมในที่สุด ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงเทคนิคการผลิต มีการเปลี่ยนเครื่องมือเครื่องใช้จากเดิมที่ใช้จอบ เสียม สำหรับปัจจุบันได้มีการใช้รถไถมาช่วยในการทำการเกษตร มีการใช้เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มาช่วยมากขึ้น เช่น มีการใช้เครื่องสูบน้ำ และยาปราบศัตรูพืช ปุ๋ยเคมี เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงแบบแผนในการบริโภค สมัยก่อนมีการบริโภคอาหารตามธรรมชาติเป็นหลักแต่ปัจจุบันมีการบริโภคอาหารตามแบบตะวันตก เช่น การบริโภคไก่ KFC พิศซ่า แป๊บซี่ ฯลฯ และมีการบริโภคอาหารจำพวกอาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋องมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงการใช้แรงงาน แรงงานของชุมชนสมัยก่อนมาจากการไหว้วานญาติพี่น้องของตังเองมาช่วยทำงาน แต่ในปัจจุบันมีการจ้างแรงงานด้วยเงินแทนการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประเพณีการลงแขกจึงมีให้เห็นกันน้อยมากในสังคมปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของสถาบันครอบครัวและระบบเครือญาติ ครอบครัวและเครือญาติในปัจจุบันมีความห่างเหินกันมากอันเนื่องมาจากต่างคนต่างแข็งขันกันทำมาหากินเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว จึงทำให้มีความสัมพันธ์กันลดน้อยลงมีความเป็นปัจเจกบุคคลมากขึ้น การที่ญาติมิตรเพื่อนบ้านสร้างความสัมพันธ์กันโดยตักแกงแบ่งปันข้าวปลาอาหารให้กันซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีนั้นจึงแทบจะไม่เหลืออยู่ในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงการแพร่กระจายของวัฒนธรรมเมือง วัฒนธรรมวัตถุนิยมบริโภคนิยมตามแบบตะวันตกได้เข้ามาสู่สังคมเมืองก่อน จากนั้นจึงมีการแพร่กระจายเข้ามาในชุมชนชนบทผ่านทางการติดต่อสื่อสาร การคมนาคม และผ่านทางสื่อโฆษณาต่างๆ ทำให้วัฒนธรรมเหล่านั้นเข้ามาแทนที่วัฒนธรรมดั่งเดิมของชุมชนที่พึ่งพิงธรรมชาติเป็นหลักส่งผลให้วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชุมชนกลายเป็นชีวิตที่มีแต่การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันเพื่อครอบครองวัตถุนิยมเหล่านั้นเพื่อแสดงถึงถึงฐานะมั่งมีของตนเอง
ความเจริญก้าวหน้าทางด้านการสื่อสารมวลชน การมีสื่อโทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์ สื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ ทำให้ชุมชนมีการติดต่อกับโลกภายนอกมายิ่งขึ้น วิถีการดำรงชีวิตของชุมชนเปลี่ยนแปลงไปกล่าวคือ จากที่สมัยก่อนชาวบ้านมีการฟังหมอลำกันตามงานเทศกาลต่างๆแต่ปัจจุบันนี้มีการฟังเพลงจากวิทยุที่มีสถานีออนไลน์กันทั่วประเทศ มีการติดต่อสื่อสารกันสะดวกสบายขึ้นผ่านการใช้โทรศัพท์ ทำให้โทรศัพท์กลายเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิตก่อใช้เกิดภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น มีสื่อโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดค่านิยมสมัยใหม่ต่างๆ เช่น ค่านิยมทางวัตถุ ทำให้ชาวบ้านมีความต้องการตามค่านิยมเหล่านั้นและพยายามขวนขวายวัตถุนิยมเหล่านั้นมาครอบครองส่งผลให้ค่านิยมของชุมชนเปลี่ยนไปอย่างมาก
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดผลกระทบทางวัฒนธรรมของหมู่บ้านไผ่ล้อม ได้แก่ โลกาภิวัตน์ การพัฒนา สิ่งแวดล้อมหรือสภาพทางกายภาพ และเจตคติของประชาชน