คล้ายกันในแง่ที่ว่า ทั้งวิสุทธิ และคุณสถาน ต่างก็เป็นขั้นตอนของการพัฒนาจิตหรือชีวะ ที่หลุดพ้นเป็นขั้น ๆ และคล้ายกันอีกประการหนึ่งคือ วิสุทธิ และคุณสถานต่างก็สอดคล้องกับหลักจริยศาสตร์ของตน คือ วิสุทธิ สอดคล้องกับไตรสิกขา คุณสถานสอดคล้องกับตริรัตนะ ต่างกันในแง่ที่ว่าวิสุทธิ์ ๗ มุ่งความบริสุทธิ์ หมดจดของจิตจากกิเลสเป็นหลัก เมื่อกิเลสถูกทำลายก็ถือว่าเสร็จกิจ ส่วนคุณสถาน หาเป็นเช่นนั้นไม่ คือ แม้กิเลสและกรรมถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้วก็ตาม ก็ยังไม่ถือว่าเสร็จกิจ ต้องรอให้อายุกรรสิ้นไปเสียก่อน แล้วบรรลุโมกษะจึงเป็นอันเสร็จกิจ และความแตกต่างกันอีกประการหนึ่ง คือ เมื่อพิจารณาดูวิสุทธิ จะพบว่ากิเลสค่อย ๆ ถูกทำลายทีละขั้น ๆส่วนคุณสถานจะพบว่ากรรมจะถูกทำลายทีละขั้น ๆ จนหมด

นอกจากนี้ยังสามารถนำเอาข้อปลีกย่อยบางข้อของวิสุทธิและคุณสถานมาเปรียบเทียบกันได้อีก คือ สีลวิสุทธิ ความหมดจดแห่งศีล เมื่อมีการสำรวมระวังความหมดจดแห่งศีลย่อมเกิดขึ้นเปรียบเทียบได้กับ นิวฤตติ พาทระ คุณสถานเป็นขั้นที่กรรมหลั่งน้อยลง และกรรมเก่าอ่อนตัวลง เพราะมีการสำรวมระวังอันเกิดจากการประพฤติพรต

จิตวิสุทธิ ความหมดจดแห่งจิต สามารถระงับกิเลสต่าง ๆ ได้ด้วยอำนาจของสมาธิในองค์ฌาน เปรียบเทียบได้กับ อนิวฤตติ สามปรายะ คุณสถาน เป็นขั้นที่สามารถสงบระงับกิเลสต่าง ๆ ได้

ญาณทัสสนวิสุทธิ ความหมดจดแห่งญาณทัสสนะ เปรียบเทียบได้กับกษีณ กาษายะ ฉทมสถา วีตราคะ คุณสถาน เพราะเป็นขั้นที่กิเลสและกรรมถูกทำลายจนหมดกลายเป็นผู้รู้แจง (ตรัสรู้) ในขั้นนี้

อย่างไรก็ตาม วิสุทธิ ๗ และคุณสถาน ๑๔ แม้จะมีข้อปลีกย่อย ๆ คล้ายกัน บ้างแตกต่างกันบ้าง แต่ประเด็นหลักคล้ายกัน คือ ต่างก็เป็นขั้นตอนของการพัฒนาจิตหรือชีวะเหมือนกัน

ประเภทของความหลุดพ้น

วิมุติ ๕ กับ คุณสถาน ๑๔

ในพุทธปรัชญาได้แบ่งความหลุดพ้นออกเป็น ๕ ประเภท คือ (๑) วิกขัมภนวิมุติ (ความหลุดพ้นด้วยการข่มกิเลสได้ด้วยอำนาจฌาน) (๒) ตทังควิมุติ (ความหลุดพ้นชั่วขณะ) (๓) สมุจเฉทวิมุติ (ความหลุดพ้นด้วยการตัดกิเลสขาด) (๔) ปฏิปัสสัทธิวิมุติ (ความหลุดพ้น ด้วยการสงบระงับ (๕) นิสสรณวิมุติ (ความหลุดพ้นด้วยการสลัดกิเลสออก)

ความหลุดพ้นทั้ง ๕ ประเภทนี้ จัดเป็น ๒ระดับ คือ ระดับโลกียะ และระดับ โลกุตตระ วิกขัมภนวิมุติ กับ ตทังควิมุติ เป็นความหลุดพ้นระดับโลกียะ เพราะยังกำจัดกิเลสไม่ได้เด็ดขาด ส่วนสมุจเฉทวิมุติ, ปฏิปัสสัทธิวิมุติ, นิสสรณวิมุติ เป็นความหลุดพ้นระดับโลกุตตระ สามารถกำจัดกิเลสได้เด็ดขาด เป็นความหลุดพ้นของพระอริยเจ้า คือ เป็นความหลุดพ้นของพระโสดาบัน พระเสกทาคามี อนาคามี และพระอรหันต์

ในคุณสถาน ๑๔ ได้กล่าวถึงการพัฒนาการของจิตเป็นขั้น จากขั้นต่ำสุด คือ มิถยาทฤษฎี คุณสถาน ไปจนถึงขั้นที่ ๑๔ คือ อโยคะ เกวลิ คุณสถาน ก็ตาม แต่ก็มิได้บอกไว้ว่าขั้นตอนไหนเป็นความหลุดพ้นประเภทใด ดังนั้นเป็นการยากที่จะบอกว่าขั้นไหนเป็นความหลุดพ้นประเภทใดอย่างไรก็ตามจากการศึกษาคุณสถานทั้ง ๑๔ ขั้นพบว่า ขั้นที่ ๑-๑๐ เป็นขั้นที่ยังไม่มีความแน่นอน เพราะยังไม่สามารถกำจัดกิเลสและกรรมได้อย่างเด็ดขาด บางครั้งก็พัฒนาบางครั้งก็ถอยกลับ จึงควรจัดเป็นความหลุดพ้นระดับโลกียะส่วนขั้นที่ ๑๑-๑๔ เป็นขั้นที่แน่นอนเพราะสามารถกำจัดกรรมได้ตามลำดับจนหมดสิ้นจึงควรจัดเป็นความหลุดพ้นระดับโลกุตระ ดังนั้น ประเภทของความหลุดพ้นจึงน่าจะมี ๒ ประเภท คือ ประเภทแรกเป็นความหลุดพ้นระดับโลกียะ ประเภทที่สองเป็นความหลุดพ้นระดับโลกุตตระ