ส่วนธยานะ ในปรัชญาเชน มีความหมายที่ปรากฏใน ตัดตวารถสูตรว่า “ธยานะ หมายถึง ความจดจ่อของจิตไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง วิธีนี้คล้ายกับการฝึกสมาธิสำหรับท่าในการฝึกธยานะไม่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ หากสำคัญอยู่ที่จิตของผู้ฝึกเอง คือจะต้องมีจิตแน่วแน่ มั่นคง และบริสุทธิ์ แม้ว่าเชนจะไม่ให้ความสำคัญกับท่าในการฝึกก็ตาม แต่ท่าที่นิยมปฏิบัติกัน คือ ผู้ฝึกจะต้องนั่งขัดสมาธิ มือซ้ายวางไว้บนหน้าตัก หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ ไม่เคลื่อนไหวใบหน้า แล้วกำหนดลมหายใจ (ปราณายามะ) มีจุดมุ่งหมายเพื่อกำหนดจิตให้ แน่วแน่ มั่นคง และสิ่งที่สำคัญกว่าการกำหนดลมหายใจ คือ การเพ่งจิตไปที่หน้าผาก (ปรัตยหาร) นอกจากนั้นยังมีการเพ่งจิตที่ตา, หู, ปลายจมูก, ปาก, ศรีษะ, หัวใจ และ ระหว่างคิ้วทั้งสองข้าง

เชนได้แบ่ง ธยานะ ออกเป็น ๔ ชนิด คือ อารตะ, เราทระ, ธรมะ และศุกละสองแบบแรกเป็นธยานะที่ไม่ดี เพราะไม่สามารถนำไปสู่ความหลุดพ้นได้ ส่วนสองชนิดหลังเป็น ธยานะที่ดี คือธรรมะ ธยานะ จะนำไปสู่สวรรค์ และศุกละ ธยานะ จะนำไปสู่ความหลุดพ้น

ธรมะ ธยานะ แบ่งออกเป็น ๔ แบบ คือ

๑. อชฺญาณ วิจาย ธรมะ ธยานะ (Ajanana vicaya Dhyana)หมายถึง ความมีศรัทธาอันมั่นคง ในคำสอนของคัมภีร์ที่เกี่ยวกับธรรมชาติของสิ่งต่าง ๆ โดยประกอบด้วยความรู้แจ้งของตนด้วย

๒. อปรายวิจายะ ธรมะ ธยานะ (Apryavicaya dhrna dhyana) หมายถึงการคิดว่าชีวะที่มัวหมองด้วยกรรมนั้นเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับหนทางแห่งความรู้แจ้งรวมทั้งการไตร่ตรองถึงวิธีที่จะช่วยให้นักรบบวชที่มีศรัทธา ความรู้ และความประพฤติที่ผิด ๆ ได้กลับมามีความเห็นที่ถูกต้อง

๓. วิปากวิจายะ ธรมะ ธยานะ (Vipka vicaya dharma dhayana) หมายถึงความคิดในเรื่องผล

ของกรรม รวมทั้งความเพลิดเพลิน ความเจ็บปวดทั้งหลายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตนเอง ซึ่ง

สามารถกำหนดและควบคุมได้

๔. สัมสถาน วิจายะ ธรมะ ธยานะ (Samsthana vicaya dharma dhyana) หมายถึง ตรึก

ตรองถึงธรรมชาติและสิ่งต่างๆ ในจักรวาล ในลักษณะที่ปราศจากความติดข้อง รวมทั้งการตรึกตรองถึงลักษณะรูปร่างของจักรวาล นรกทั้ง ๗ รวมทั้งความทุกข์ในนรกโลกมนุษย์ สวรรค์ทั้ง ๑๖ และความสุขในสวรรค์รวมทั้งสิทธิศิลา (Siddhasila) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชีวะที่หลุดพ้นแล้วจะไปสถิตอยู่

ธรมะ ธยานะ ทั้ง ๔ แบบนี้ จะนำไปสู่สวรรค์และความสุขในสวรรค์โดยตรงและ

สนับสนุนให้ไปสู่ความหลุดพ้นโดยอ้อม การจะบรรลุถึงความหลุดพ้นได้จะต้องมีศุกละธยานะ

การไตร่ตรองในที่นี้คือ การใช้จิตที่ได้สมาธิแล้วไตร่ตรองพิจารณาในเรื่องกรรม, จักรวาล, นรก สวรรค์ เป็นต้น ดังนั้น ความหมายของสมาธิและธยานะ จึงคล้ายกันในแง่ที่ว่า หมายถึงภาวะของจิตที่แน่วแน่มั่นคงจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเหมือนกัน