ไตรสิกขา กับ ตริรัตนะ
พุทธปรัชญาเห็น ไตรสิกขา เป็นหลักการศึกษาที่ชาวพุทธจำต้องศึกษาเพราะ เป็นหลักที่หลักที่ครอบคลุมเนื้อหาของข้อปฏิบัติเพื่อกำจัดกิเลสไว้ทั้งหมด และถือว่าไตรสิกขานี้เป็นหลักจริยศาตร์ที่สำคัญที่จะทำให้ผู้ศึกษาหลุดพ้น ส่วนตริรัตนะของปรัชญาเชนก็เป็นหลักที่ว่าด้วยการศึกษา และถือเป็นหลักจริยศาสตร์ที่สำคัญคล้ายพุทธปรัชญา นอกจากนี้ไตรสิกขาและตริรัตนะยังมีข้อปลีกย่อยที่คล้ายกัน คือ สัมยัคชญาณความรู้ชอบเปรียบเทียบได้กับปัญญาสิกขาข้อปฏิบัติที่ทำให้เกิดปัญญา สัมยัคจาริตร ความประพฤติชอบเปรียบเทียบได้กับ ศีลสิกขา คือข้อปฏิบัติที่ฝึกอบรมกายวาจาให้เรียบร้อยและสัมยัคทรรศนะ ความเชื่อชอบ คือ มีความเชื่อมั่น มีความมั่นคงในหลักคำสอนของดีรถังกร (ศาสดา) เปรียบเทียบได้กับ จิตสิกขา คือ ข้อปฏิบัติสำหรับฝึกอบรมจิตใจมั่นคงตั้งมั่น ส่วนที่แตกต่างกันระหว่างไตรสิกขา กับตริรัตนะ คือ ไตรสิกขา เมื่อขยายออกก็จะได้แก่มรรค มีองค์ ๘ ประการ อันมีลักษณะเป็นข้อปฏิบัติที่เป็นทางสายกลางไม่ตึงเกินไปไม่ย่อหย่อนจนเกินไป (มัชฌิมาปฏิปทา) ดังนั้น อาจกล่าวโดยอนุโลมได้ว่าไตรสิกขา ก็คือ ทางสายกลาง ส่วนตริรัตนะของปรัชญาเชน เป็นข้อปฏิบัติที่มีลักษณะเป็นทุกรกิริยา คือเป็นหลักปฏิบัติที่ตึงจนเกินไป เช่นการอดอาหาร (โปรษะโธปวาสพรต)และการฆ่าตัวตาย (สัสเลขนาพรต) เป็นต้น เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นอัตตกิลมถานุโยค คือเป็นข้อปฏิบัติที่กำหนดให้เกิด ความลำบาก ทุกข์ยาก และข้อปฏิบัตินี้พุทธปรัชญาก็ประฌามว่าเป็นเหตุนำมาซึ่งความทุกข์ ไม่ประเสริฐ และไม่ประกอบด้วยประโยชน์