อัตตา กับ อนัตตา

ปรัชญาเชนถือว่า ชีวะเป็นอัตตา ตามที่ทราบกันแล้ว และได้ปฏิเสธทฤษฎีอนัตตาของพุทธปรัชญา โดยแย้งว่าถ้าหากถือว่าทุกสิ่งเป็นอนัตตาแล้ว จะต้องเกิดโทษ ๕ ประการ คือ

๑. จะเกิดความพินาศแห่งกรรมทั้งปวง คือ เมื่อไม่มีคนมารับผลของกรรมกรรมก็จะสูญพินาศไป

๒. จะมีผู้เสวยผลกรรม จากสิ่งที่ตนมิได้กระทำ

๓. ความขาดแห่งความเกิด คือ ถ้าไม่มีอัตตาแล้วใครเล่าจะไปเกิด

๔. ความขาดแห่งความหลุดพ้น คือ ถ้าไม่มีอัตตาแล้ว ใครเล่าจะเป็นผู้หลุดพ้น

๕. ความขาดแห่งความทรงจำ คือ ถ้าไม่มีอัตตาแล้ว ความรู้ที่เล่าเรียนมาในวันนี้ ก็จะไม่มีในพรุ่งนี้

ปรัชญาเชนใช้หลัก ๕ ประการนี้มาปฏิเสธ อนัตตาของพุทธปรัชญา และพุทธปรัชญาได้โต้ตอบปัญหานี้ว่า คำว่า อนัตตา ไม่ใช่ปฏิเสธว่าไม่มีอะไรเลย ถ้าปฏิเสธว่าไม่มีอะไรเลยไม่ใช่พุทธปรัชญา อนัตตาในพุทธปรัชญามีความหมายแค่ว่า ตัวเราได้แก่ขันธ์ ๕ ไม่มีอะไรที่จะคงที่ในตัวมันเอง ทุกสิ่งเกิดจากเหตุปัจจัยหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไป ไม่มีอะไรคงที่ แต่ในความไม่คงที่นั้น มันมีความสืบต่อกัน ความสืบต่อกันนี้เรียกว่า สันตติสันตตินี้อุปมาเหมือนเมล็ดมะม่วง คือเมล็ดมะม่วง ไม่ใช่ต้นมะม่วง ต้นมะม่วงไม่ใช่ใบมะม่วง ใบมะม่วงไม่ใช่ผลมะม่วง แต่ทั้งผลมะม่วง ใบมะม่วง ต้นมะม่วง หน่อมะม่วงก็เกิดจากเมล็ดมะม่วง ถ้าไม่มีเมล็ดมะม่วงเป็นแกนมาก่อนแล้ว ต้นมะม่วงจะไม่มีหน่อ มะม่วงจะไม่มี กิ่งมะม่วงจะไม่มี ใบมะม่วงก็จะไม่มี ผลมะม่วงก็จะไม่มี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นใบก็ไม่ใช่กิ่ง กิ่งก็ไม่ใช่ผล ผลก็ไม่ใช่ต้น ต้นก็ไม่ใช่เมล็ด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันสืบต่อกันเพราะมีเมล็ด และมีปัจจัยมาประชุมกันแล้ว หน่อก็งอก หน่องอกแล้วต้นก็เกิด ต้นเกิดแล้ว ก็แตกกิ่งก้านสาขา มีใบมีดอกออกช่อออกผล เป็นลำดับมา ฉันใด หลักอนัตตาก็ฉันนั้น คืออนัตตา เป็นแต่เพียงปฏิเสธว่า ไม่มีสภาวะที่คงที่หรือไม่มีภาวะเที่ยงแท้

อาการที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปของเบญจขันธ์ มิใช่ดับสูญถ้าดับสูญมีสองนัย คือ นัยแรก หมายถึง เข้าสู่นิพพาน ด้วยอนุปาทิเสสนิพพาน อีกนัยหนึ่งเป็นพวกมิจฉาทิฏฐิ ที่เข้าใจผิด สิ่งที่ทำให้ชีวิต หรือเบญจขันธ์ มีอาการสืบเนื่องเป็นสันตตินั้น คือตัณหา ตัณหา เป็นยางเหนียวที่อยู่ภายใน ตราบใดที่ยังมีตัณหาอยู่ความสืบต่อ หรือสันตติก็ยังมีอยู่ตราบนั้น เปรียบเหมือนเมล็ดพืชที่มียางนำไปปลูกในที่ไร่ที่นา พอถูกแดดถูกไอร้อน มันก็งอกขึ้นมา แต่ถ้าเมล็ดพืชนั้นไม่มียางเหนียวคือ เมล็ดพืชสิ้นยางแล้ว นำไปปลูกในที่ดินดีสักเพียงไหนมันก็ไม่งอก

เพราะฉะนั้นการที่ปรัชญาเชนมาคัดค้านหลักอนัตตาเพราะไม่เข้าใจเรื่องสันตติ จึงมีความเห็นไปว่า ถ้าทุกอย่างเป็นอนัตตาแล้ว จะเกิดโทษ ๕ ประการ ดังกล่าว พุทธปรัชญาได้ตอบปัญหานี้ โดยอาศัยหลักสันตติ เป็นข้อหักล้าง