ผู้เลี้ยงมารดาตายไปเกิดในสวรรค์
ส่วนผู้ที่เลี้ยงดูมารดามีตัวอย่างว่าเมื่อสิ้นชีพแล้วทำให้ไปเกิดในสวรรค์ดังที่ปรากฏในจิตตลดาวิมาน สุนิกขิตวรรค ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ (๒๖/๗๕/๑๐๓) ว่า
ครั้งหนึ่งพระมหาโมคคัลลานเถระท่องเที่ยวไปในสวรรค์พบเทพบุตรตนหนึ่งมีวิมานที่งดงามจึงได้ถามเทพบุตรตนนั้นว่า สวนจิตลดา เป็นสวนประเสริฐสูงสุดของชาวไตรทศ ย่อมสว่างไสวฉันใด วิมานของท่านนี้ก็มีอุปมาฉันนั้น ย่อมสว่างไสว ลอยอยู่ในอากาศ ท่านถึงความเป็นเทพเจ้าผู้มีฤทธิ์ มีอานุภาพมาก เมื่อครั้งท่านเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพอันรุ่งเรือง และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญอะไร
เทพบุตรนั้น เมื่อถูกพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า ข้าพเจ้าเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ เป็นคนขัดสน ไม่มีที่พึ่ง เป็นคนกำพร้า เป็นกรรมกร เลี้ยงดูมารดาบิดาผู้แก่เฒ่า ท่านผู้มีศีลเป็นที่รักของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใสได้ถวายข้าวและน้ำเป็นทานอันไพบูลย์ โดยความเคารพ ข้าพเจ้ามีวรรณะงามเช่นนี้ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญนั้น
หลักธรรมในพระพุทธศาสนาที่กล่าวสรรเสริญพระคุณของมารดา ผลของการเลี้ยงดูมารดามีมากมารดาบิดาพระพุทธเจ้ายกไว้เทียบเท่ากับพระอรหันต์ ผู้ฆ่ามารดาบิดาจัดเป็นผู้กระทำกรรมหนักที่เรียกว่าอนันตริยกรรมต้องไปสู่นรกดังที่ปกฎในปริกุปปสูตร อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต(๒๒/๑๒๙/๑๓๓)ว่า
"บุคคลห้าจำพวกคือ บุคคลผู้ฆ่ามารดา ผู้ฆ่าบิดา ผู้ฆ่าพระอรหันต์ ผู้มีจิตประทุษร้ายทำโลหิตของพระตถาคตให้ห้อ ผู้ทำลายสงฆ์ให้แตกกัน บุคคลห้าจำพวกนี้แล เป็นผู้ต้องไปอบาย ต้องไปนรก เดือดร้อน แก้ไขไม่ได้"