ความเห็น 873823

ศรัทธา และ ปัญญา

ปราชญ์ขยะ
เขียนเมื่อ 

นอกจากนี้ แหล่งกำเนิดของความรู้ที่ระบุไว้ชัดเจนในพระไตรปิฎกบาลี เล่มที่ 20 หน้า 241 มีอยู่ 3 แหล่งคือ

1. สุตมยปัญญา ความรู้ที่เกิดจากการฟัง ดังมีพุทธภาษิตรับรองไว้ว่า “ผู้ฟังด้วยดี ย่อมได้ปัญญา” การฟังนี้รวมถึงความรู้ที่เกิดจากการศึกษาเล่าเรียน หรือการถ่ายทอดสืบต่อกันมา เทียบได้กับความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์ทางอินทรีย์แบบลัทธิประจักษนิยม (Empiricism)

2. จิตตามยปัญญา ความรู้ที่เกิดจากการคิดหาเหตุผล หรือความรู้ที่เกิดจากคิดอ่านใคร่ครวญหรือตริตรองเหตุผลด้วยตนเอง ดังมีพุทธภาษิตแสดงความตรงกันข้ามว่า “ปัญญาย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่ตริตรอง เทียบได้กับความรู้ที่เกิดจากการคิดหาเหตุผลแบบลัทธิเหตุผลนิยม (Rationalism)

3. ภาวนามยปัญญา ความรู้ที่เกิดจากการฝึกฝนอบรมให้เข้าใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนเกิดความซาบซึ้งซึมซาบฉับไวขึ้น สามารถลงมือปฏิบัติแล้วได้ผลอย่างแน่นอน การลงมือศึกษาค้นคว้าอาจเป็นการวิจัยหรือปฏิบัติการ (Operationalism) ซึ่งปัจจุบันนิยมกันอยู่ และการอบรมจิตใจตามแนวสมถะและวิปัสสนา โดยเฉพาะอย่างหลังนี้นำไปสู่ความรู้ที่แท้จริงในที่สุดได้เทียบได้กับความรู้ที่เกิดขึ้นภายในอย่างกระจ่างแจ้ง หรือการหยั่งรู้ของญาณวิทยาตะวันตก (Intuition)

เราจะทราบว่า แหล่งกำเนิดของความรู้ดังกล่าวลักษณะใดควรเชื่อถือหรือนำไปสู่ความจริงได้มากที่สุด จะต้องนำไปเทียบเคียงกับหลัก 10 ประการในกาลามสูตร และแหล่งกำเนิดของความรู้ในจังกีสูตร

ตามนัยนี้ เราอาจกล่าวได้อย่างรวบรัดว่า ในเรื่องสุตมยปัญญาก็ดี จินตามยปัญญาก็ถือได้เป็นแหล่งกำเนิดของความรู้ แต่มิใช่สิ่งนี้เท่านั้น จะต้องเสริมด้วยภาวนามยปัญญา ซึ่งในความหมายหนึ่งนำไปสู่อภิญญาหรือญาณ จึงจะทำให้บรรลุความจริงที่สมบูรณ์