ความเห็น 873818

ศรัทธา และ ปัญญา

ปราชญ์ขยะ
เขียนเมื่อ 

ทฤษฏีที่ว่าด้วยความจริง 4 ประการนี้ เป็นหลักการที่พุทธศาสนาได้ประกาศยืนยันมาแล้ว และสมบูรณ์ยิ่งกว่าความคิดของนักปรัชญาในยุคหลัง ซึ่งผู้ศึกษาพอจะพิจารณาเห็นได้จากหลักความจริงทางพุทธศาสนาดังต่อไปนี้

1. หลักความจริงทางพุทธศาสนามีว่า “ชีวิตหลังจากตายแล้วมีอยู่ตราบเท่าที่วิญญาณหรืจิตยังมีกิเลส เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง คือ พุทธศาสนา มีความเชื่อว่าตายแล้วเกิดใหม่ มีพุทธพจน์ยืนยันถึงเรื่องชาติหน้าหรือการเกิดใหม่ เช่น คนบาปหรือคนชั่ว เมื่อตายแล้ว ย่อมไปเกิดในนรก คนมีบุญหรือคนดีเมื่อตายแล้วย่อมไปเกิดในสวรรค์ การที่ผู้เห็นผิดว่าไม่มีชาติหน้า ชื่อว่ากล่าวคำไม่จริง และชื่อว่าคัดค้านพระอริยเจ้า

นี้คือการประกาศว่า ความจริงคือความตรงกันระหว่างข้อเท็จจริงภายนอกกับความคิด หรือกับความเชื่อภายในจิตใจของบุคคล

นอกจากนี้ พุทธศาสนายังชี้ถึงความตรงกันระหว่างการหยั่งรู้ภายใน (ญาณทัศนะ) กับความจริงภายนอกอีกด้วย ซึ่งเป็นขั้นที่ละเอียดกว่าขั้นประสาทสัมผัส

2. พุทธศาสนาไม่เน้นเฉพาะความลงรอยกันทางทฤษฏีเท่านั้น แต่ยังเน้นถึงความลงรอยกันระหว่างทฤษฏีและภาคปฏิบัติด้วย ปรากฏหลักฐานในสันธกสูตรว่า เป็นไปได้ที่ทฤษฏีไม่ขัดแย้งกัน แต่ในทางปฏิบัติอาจไม่ลงรอยกันได้

3. พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบคำสอนทั้งหมดเหมือนพาหนะหรือเครื่องใช้ เครื่องอาศัยมิใช่มีไว้เพื่อ โอ้อวดหรือเพื่อยึดมั่น แต่มีไว้เพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือนำไปสู่วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

ข้อแตกต่างระหว่างปรัชญาปฏิบัตินิยมกับพุทธศาสนาก็คือ พุทธศาสนาไม่สนับสนุนหลักการที่ว่า

1. ความจริงทุกอย่างจะต้องมีประโยชน์ หรือ

2. ความมีประโยชน์ทุกอย่างคือความจริง แต่พุทธศาสนาเน้นว่า ความจริงจะต้องเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ประสบการณ์สามัญ หรือประสบการณ์พิเศษ สามารถนำไปปฏิบัติได้และก่อให้เกิดผลจากการปฏิบัตินั้นตามวัตถุประสงค์

3. หลักการที่ว่า สิ่งที่พิสูจน์ได้เท่านั้นคือความจริง พุทธศาสนาได้ประกาศไว้นานแล้ว เป็นเวลา 2,500 ปี

ดังนั้น ความจริงตามหลักพุทธศาสนาจะต้องมีลักษณะดังนี้

1. มีเหตุผล (สนิทานัง)

2. พิสูจน์ทดลองได้ (เอหิปัสสิกะ)

3. เป็นที่ยอมกันโดยผู้รู้ทั้งหลาย (เวทิตัพโพ วิญญูหิ)

4. เป็นความจริงสากลตลอดไป ไม่ขึ้นกับกาลเวลา (อกาลิกะ)

เพื่อความเข้าใจในประเด็นเหล่านี้ให้ชัดเจน ควรศึกษาหลัก 10 ประการที่บุคคล ไม่ควรเชื่อ ซึ่งปรากฏใน กาลามสูตร อันเป็นสูตรที่แสดงถึงเสรีภาพทางความคิดที่ไม่เคยมีปรากฏในที่ใดเลยในประวัติศาสตร์ศาสนาของโลก เสรีภาพดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็น เพราะความรอดพ้นของบุคคลขึ้นอยู่กับการรู้แจ้งความจริงด้วยตัวของเขาเอง มิใช่ด้วยอาศัยการดลบันดาลหรือประสาทพรจากพระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อภินิหารภายนอก