ความเห็น 873791

ผู้ไม่ได้อบรมกาย..ศีล..จิต..ปัญญาให้ดี แล้วไปสนทนากันเรื่องอภิธัมมกถา เวทัลลกถา ก็จะพลัดไปสู่ธรรมดำโดยไม่รู้ตัว

เขียนเมื่อ 

…คราวนี้มาถึงปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง คือการสวดศพในสังคมไทย ในเมืองไทยใครตายลงก็เอาศพไปตั้งสวดที่วัด ทำไมจึงเรียกว่าสวดอภิธรรม ? ทำไมต้องเป็นอภิธรรม ? สวดพระสูตรไม่ได้หรือ ? สวดวินัยไม่ได้หรือ ?

-->> ตอบว่า ได้ สวดอะไรก็ได้ สวดอะไรคนฟังก็ไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว คนสวดบางส่วนก็ไม่รู้เรื่อง เพราะฉะนั้นทางต่างจังหวัดไม่ได้สวดอภิธรรม แต่สวดข้อความในพระสุตตันตปิฎก เช่น สวดอาทิตตปริยายสูตร ที่ว่าด้วยอายตนะภายใน อายตนะภายนอก เป็นของร้อน ทุกขัง อนัตตา สวดอนัตตลักขณสูตร ที่ว่าด้วยเรื่องอนัตตา ทีนี้จะเรียกสิ่งนี้เป็นอภิธรรมก็ได้ ก็เป็นสักแต่ว่าชื่อเท่านั้นเอง จะเรียกว่าอะไรก็ได้

พระพุทธเจ้าทรงสอนธรรมะที่ลึกซึ้งอยู่ตลอดเวลาสำหรับคนที่ควรได้รู้สิ่งที่ลึกซึ้ง แต่ท่านไม่ทรงเรียกว่าอภิธรรม เท่านั้นเอง ไม่มีคำเรียกอย่างนั้น เหมือนกับดอกกุหลาบ ท่านจะเรียกว่าดอกอะไรก็ได้ แล้วแต่ท่านจะเรียก เพราะเนื้อธรรมก็เป็นเนื้อธรรมที่ใช้แก้ทุกข์ได้ แก้ปัญหาได้ ทำความทุกข์ให้เบาบางลดลงได้ ท่านจะเรียกมันว่าอะไรก็ตามใจ

เพราะฉะนั้นถามว่าทำไมต้องสวดอภิธรรม ? เวลานี้เป็นแต่เพียงตัวหนังสือ กลายเป็นธรรมเนียมว่า คำว่าสวดศพคือตั้งศพ พระต้องสวดอภิธรรม พระท่านจะสวดอะไรก็ได้ ผมไปฟังบ่อยๆ ท่านก็ไม่ได้สวดอภิธรรม ท่านสวดโมกขุปายคาถา ท่านสวดปัพพโตปมคาถา ท่านสวดอะไรต่ออะไรซึ่งชาวบ้านก็ฟังไม่ออกว่าท่านสวดอะไร แต่เรียกชื่อว่าสวดอภิธรรม

...ธรรมนี่เรามีไว้สำหรับปฏิบัติ เนื้อธรรมที่จะนำมาปฏิบัติได้มากก็อยู่ในพระสุตตันตปิฎก เนื้อธรรมที่มีอยู่ในอภิธัมมัตถสังคหะ อภิธัมมัตถภาวินีฎีกาที่แต่งขึ้นมา ก็นำมาใช้สำหรับที่จะคุยกัน อภิปรายถกเถียงกัน ก็ถามกันไป คุยกันไป ตอบกันไป สำนักวิปัสสนาบางแห่งมีการตั้งสำนักวิปัสสนาและสอนอภิธรรมด้วย แต่บางแห่งตั้งสำนักวิปัสสนาห้ามเรียนอภิธรรมอย่างนี้ก็มี