ความเห็น 873789

ผู้ไม่ได้อบรมกาย..ศีล..จิต..ปัญญาให้ดี แล้วไปสนทนากันเรื่องอภิธัมมกถา เวทัลลกถา ก็จะพลัดไปสู่ธรรมดำโดยไม่รู้ตัว

ปราชญ์ขยะ
เขียนเมื่อ 

ในสมัยพระพุทธเจ้าท่านตรัสเรื่องธรรมกับวินัย ไม่มีคำว่าอภิธรรมหรืออภิวินัย ถ้าจะมีบ้างก็หมายถึงคำอธิบายวินัย อภิธรรมหมายถึงคำอธิบายพระธรรม อย่างในพระไตรปิฎก อย่างวินัยปิฎก

ถ้าท่านอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ จะเห็นว่าแม้แต่ในพระไตรปิฎกก็มีคำอธิบายพระวินัยอยู่ในนั้น ลองไปเปิดดู ลองไปอ่านดูจะพบคำอธิบายพระวินัย

ยกตัวอย่างเช่นว่า ภิกษุใดที่มีสิกขาและสาชีพประกอบด้วยสิกขาและสาชีพเสมอกันด้วยภิกษุทั้งหลาย และยังไม่ได้บอกคืนสิกขา ยังไม่ทำความทุรพลให้ชัดเจน เสพเมถุน หมายถึงเสพกาม ร่วมเพศ แม้โดยที่สุดกับสัตว์เดรัจฉานเป็นอาบัติปาราชิก ตัวบทมันก็มีอย่างนี้ ตอนนั้นในพระวินัยปิฎกนั้นเองที่จะมีคำอธิบาย

ยกตัวอย่าง เช่น สิกขาและสาชีพนั้นคืออะไร สิกขาท่านอธิบายเป็นไตรสิกขา อธิสีลสิกขา อธิจิตสิกขา และอธิปัญญาสิกขา ถามต่อไปว่า อธิสีลสิกขา อธิจิตสิกขา อธิปัญญาสิกขา นั้นคืออะไร ก็หมายถึงสิกขาในองค์มรรค ท่านอธิบายไว้ในพระวินัยปิฎกนั่นเอง

อย่างในวินัยปิฎกเล่ม ๑ หน้า ๔๒ ก็จะมีคำอธิบายอันนี้ คำว่า สาชีพนั้นคืออะไร พอได้ยินคำว่าสาชีพ ความคิดของคนก็จะไปในทางว่ามีอาชีพ เหมือนกับ สะ + อาชีวะ = คนมีอาชีพเสมอกัน แต่ในคำอธิบายในวินัยปิฎกไม่ได้หมายความอย่างนั้น ...ท่านอธิบายไว้ว่าสิกขาบททั้งหมดที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ทั้งหมด เรียกว่าสาชีพ สาชีวะ สาชีวํ นาม หมายความว่าสิกขาบทที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ทั้งหมด เรียกว่า สาชีพ

แม้ในพระไตรปิฎกเองไม่ใช่อรรถกถาท่านมีคำอธิบายไว้ให้ นี่แหละคืออภิวินัย วินัยนั้นคือตัวบท อภิวินัยคือคำอธิบายวินัย ก็มีอยู่แม้ในพระไตรปิฎกนั่นเอง

ที่นี้ถ้าเป็นอรรถกถาก็ยิ่งไปกันใหญ่ อย่างในอรรถกถาที่ชื่อ สมันตปาสาทิกา ภาค ๑ พูดถึง ปาราชิก ๔ ข้อ ท่านอธิบายเล่มใหญ่เบ้อเริ่มเลย อธิบายตั้ง ๓๕๐ กว่าหน้า นี่คือ อภิวินัย

-->> ที่นี้อภิธรรมก็อยู่ในลักษณะเดียวกันนี้ คำอธิบายพระธรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเอาไปจากพระสุตตันตปิฎก ขนไปจากพระสุตตันตปิฎกนั่นเองไปอธิบาย ในสังคายนาครั้งที่ ๑ กับครั้งที่ ๒ ก็ยังไม่ปรากฏว่าแยกพระธรรมออกเป็นพระสุตตันตปิฎกหรือพระอภิธรรมปิฎก คงเรียกอยู่แต่ว่าสังคายนาพระธรรมพระวินัย ทีนี้มาแต่งกันขึ้นภายหลังจากสังคายนาคราวนั้น เมื่อจารึกเป็นตัวอักษรในสังคายนาครั้งที่ ๕ ประมาณ พ.ศ. ๔๕๒ จะได้มีครบทั้ง ๓ ปิฎก แยกกันออกไป อย่างนี้เป็นต้น

ผมพูดถึงความเป็นมาของพระอภิธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม้ในวินัยปิฎกเอง ในส่วนที่เป็นบทภาชนีย์ บทแจก หมายถึงอธิบายแต่ละบท แต่ละศัพท์ และเรื่องวินีตวัตถุ คือเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังจากรเองเดิมที่เป็นเหตุให้ทรงบัญญัติสิกขาบท เช่น สิกขาบทที่ ๑ เรื่องพระสุทินเป็นเรื่องเดิม พระสุทินไปเสพเมถุนด้วยภรรยาเดิมของตนด้วยการถูกขอร้อง แล้วก็จบแค่นั้น พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติวินัย ต่อมาก็มีเรื่องเกิดขึ้นเรื่อยๆ คนนั้นทำอย่างนั้น คนนี้ทำอย่างนี้ คนโน้นทำอย่างโน้น อะไรที่พระพุทธเจ้ายังไม่บัญญัติ เขาก็ทำอันนี้เรียกวินีตวัตถุ ก็ยิ่งมากมายก่ายกอง