ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณอาจารย์หมอ มากเลยครับ ซึ่งมีความกินใจผมมากเลย

ทุกวันนี้สังคมบ้านเรากลายเป็นสังคมแห่งการแข่งขันคนส่วนใหญ่ในสังคมต่างก็แย่งชิงดีชิงเด่นกัน ต่างก็เอารัดเอาเปรียซึ่งกันและกัน ใครพลาดพรั้งยิ่งซ้ำเติม นี่มันเป็นสังคมที่ผมมองว่ามันเลวร้ายมาก คนจนมักไม่ค่อยมีบทบาททางสังคม และผมมองว่ามันเป็นทุกระดับของสังคม แม้กระทั่งในสังคมชนบทเองก็ตาม คนจนมักจะไม่ค่อยมีโอกาสในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งตรงกับเพลงที่เขาว่า "คนจนมีสิทธิ์ไหมครับ" 

"มีเงินเขานับว่าน้อง มีทองเขานับว่าพี่" เป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่งครับที่มันเกิดขึ้นในทุกหย่อมหญ้าของสังคมเมืองไทย จึงทำให้คนจนต้องเป็นคนที่ตกขอบ ถูกมองข้ามหรืออาจจะบอกว่าถูกลืมก็คงจะไม่ผิด เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

ถ้าหากถามว่า "ผิดด้วยหรือที่เขาจน" ผมก็สามารถตอบได้อย่างไม่อายเลยครับว่า "ไม่ผิด" แล้วถามต่อว่ามีบ้างไหมที่ใครอยากจน เพราะมันเลือกเกิดไม่ได้ต่างหากครับ

ถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ตาดำๆ ด้วยกันให้ได้มีโอกาสทางสังคม เพื่อจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคมอย่างเป็นปกติสุข

การใช้กระบวนการจัดการความรู้ (KM) ในชุมชนตามแนวทางของอาจารย์หมอวิจารณ์ และอาจารย์ดร.ประพนธ์ น่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ผมมีความมั่นใจว่าจะสามารถช่วยเหลือคนจนในสังคมเราได้ โดยเฉพาะ Storytelling จะเป็นกระบวนการสร้างแรงบันดาลใจ ให้พี่น้องคนจนเหล่านั้นได้มีกำลังใจในการที่จะต่อสู้ชีวิตต่อไป กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและมีความภาคภูมิใจในการประกอบสัมมาอาชีพต่อไป และผมจะขอเป็นกำลังใจและพลังขับเคลื่อนต่อไป ถึงแม้จะเป็นเพียงพลังปลวกน้อยๆตัวนึงครับ

ขอบคุณครับ