มรรค
คำมคธ เป็น มคฺค สันสกฤต เป็น มารฺค ภาษาไทยนำมาใช้เป็น “มรรค” แปลว่า ทาง มรรคนั้นเป็นเพียงคำเรียกย่อ ๆ คำเต็มคือ “ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา” แปลว่าข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
พระพุทธเจ้าตรัสอธิบายว่า มีทางอยู่ 3 สาย คือ
สายที่1 หย่อนเกินไป เรียกว่า “กามสุขลิกานุโยค” แปลว่า การประกอบตนให้มัวเมาอยู่กับกามสุข
สายที่ 2 ตึงเกินไป เรียกว่า “อัตตกิลมถานุโยค” แปลว่า การประกอบตนไว้ในความลำบาก หรือการทรมานตน ได้แก่การกระทำของพวกที่ทรมานตนด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุสิ่งที่ประสงค์
ทางที่ตึงเกินไป และหย่อนเกินไปทั้ง 2 สายนี้ เป็นทาง “สุดโต่ง” เป็นทางที่ไม่ควรดำเนิน
มีทางสายกลางอยู่ทางหนึ่ง ที่อยู่ระหว่างสุดโต่งทั้ง 2 นั้น ที่ควรดำเนินคือมรรค 8
ทางสายกลางซึ่งมีข้อปฏิบัติ 8 ประการ ที่จะกล่าวนี้ แบ่งส่วนย่อยในการอบรมขัดเกลาเป็น 3 คือ
1. ส่วนที่อบรมกายกับวาจา เรียกว่า ศีล มี 3 ข้อ
2. ส่วนที่อบรมจิต เรียกว่า สมาธิ มี 3 ข้อ
3. ส่วนที่อบรมทิฏฐิความเห็น เรียกว่า ปัญญา มี 2 ข้อ
ส่วนที่อบรมกายกับวาจา
ข้อที่ว่า ส่วนที่อบรมกายกับวาจาเรียกว่า ศีล มี 3 ข้อ คือ
1.สัมมาวายามะ-พยายามชอบ
2. สัมมากัมมันตะ-การกระทำชอบ
3.สัมมาอาชีวะ-เลี้ยงชีพชอบ
ส่วนที่อบรมจิต
ข้อที่ว่าส่วนที่อบรมจิต เรียกว่า สมาธิ มี 3 ข้อ คือ
1. สัมมาวายามะ-พยายามชอบ
2. สัมมากัมมันตะ-ระลึกชอบ
3. สัมมาสมาธิ -ตั้งใจมั่นชอบ
ส่วนที่อบรมทิฏฐิ
ส่วนที่อบรมทิฏฐิ ความเห็น เรียกว่า ปัญญา นั้นมี 2 ข้อ คือ
1. สัมมาทิฏฐิ-ปัญญาอันเห็นชอบ
2. สัมมาสังกัปปะ-ดำริชอบ
ดังนั้น มรรค 8 ก็สรุปลงในสิกขา 3 คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นั้นเอง และมรรค 8 นี้ ไม่พึงเข้าใจว่าทาง 8 สาย แท้จริงมันเป็นทางสายเดียว แต่มีส่วนประกอบ 8 ช่อง เหมือนเชือกเส้นเดียว แต่มี 8 เกลียว หรือแกงถ้วยเดียว แต่มีเครื่องประกอบถึง 8 อย่าง ฉะนั้น