หลังจากที่หลวงพ่อท่านแสดงพระธรรมเทศนาเนื่องในวันเวียนเทียนเสร็จและท่านลงจากธรรมาสน์แล้ว ผู้ที่ได้เห็นพระนิพพานมักจะเข้าไปเล่าสิ่งที่ตนพบเห็นถวายหลวงพ่อและแสดงอาการปลาบปลื้มยินดีในลักษณะต่าง ๆ กัน บางคนถึงกับร้องไห้ฟูมฟาย บางคนที่ไม่เคยเชื่อ ไม่เคยศรัทธาเลื่อมใสในองค์หลวงพ่อมาก่อนแต่มาเวียนเทียนเพราะมีผู้ชวนมาบ้างอยากจะมาพิสูจน์หลวงพ่อบ้าง บางคนก็เคยวิจารณ์ติเตียนหลวงพ่ออย่างรุ่นแรงมาก่อน เมื่อได้มาเห็นกับตาตนเองก็เปลี่ยนใจทันที ดังเช่นรายคุณสุธรรม จันทร์กลัดที่เล่าไปแล้ว

อีกรายหนึ่งคือเรื่องของคุณโชติ วนิกเกียรติ บุตรคุณพระสุธรรมวินิจฉัย ในวันเวียนเทียนวันหนึ่ง หลังจากที่หลวงพ่อแสดงธรรมเทศนาเสร็จและลงจากธรรมาสน์มานั่งพักบนอาสนะสงฆ์ คุณโชติได้เข้ามากราบเรียนหลวงพ่อว่า “หลวงพ่อครับ ผมขอกราบเท้าหลวงพ่อ” หลวงพ่อท่านตอบว่า “กราบตรงนี้ก็ได้” พร้อมกับชี้มือมาข้างหน้าคุณโชติก็ยังยืนยันอีกว่า “ผมขอกราบเท้าหลวงพ่อครับ หลวงพ่อกรุณาเหยียดเท้ามาให้กระผมกราบเถิดครับ” ในที่สุดหลวงพ่อท่าน ก็ทนการรบเร้าอ้อนวอนไม่ได้ ต้องเหยียดเท้ามาให้คุณโชติกราบ คุณโชติกราบเรียนหลวงพ่อต่อไปว่า พี่สาวของเขานั้นมีความศรัทธาเลื่อมใสในองค์หลวงพ่อเป็นอย่างยิ่ง (พี่สาวของคุณโชติชื่อคุณชัช วนิกเกียรติ เคยเป็นโรคผิวหนังไม่มีหมอคนใดรักษาให้หายได้ แต่หลวงพ่อสามารถรักษาจนหายได้และตัวคุณชัช ก็ได้ธรรมกายด้วย ภายหลังได้บวชชีและพักอยู่ในโรงงาน)

ทุกวันอาทิตย์ คุณชัช จะต้องมาทำบุญเลี้ยงพระที่วัดปากน้ำ คุณโชติเคยคัดค้านพี่สาวว่า วัดใกล้ ๆบ้านก็มีทำไมไม่ไปทำบุญ ทำไมจะต้องไปทำบุญที่วัดปากน้ำด้วย หรือเป็นเพราะเกิดไปติดใจพระรูปใดรูปหนึ่งที่วัดปากน้ำเข้าหรือว่าไปถูกหลวงพ่อหลอกลวงให้หลงใหล เขาเล่าว่าตัวเขานั้นติเตียนและล่วงเกินหลวงพ่ออยู่ตลอดเวลา แต่วันนั้นเขาได้มาเห็นอานุภาพธรรมกายด้วยตัวเอง เขาจึงเกิดความสลดใจว่าตัวเขาได้เคยบริภาษล่วงเกินหลวงพ่ออย่างมากมายมาก่อน เขาจึงต้องการมากราบเท้าขออโหสิกรรมจากหลวงพ่อ เมื่อหลวงพ่อท่านได้ฟังดังนั้นท่านก็อโหสิให้