หัวข้อ ความรุนแรงต่อผู้หญิงในการถูกทารุณกรรมทางเพศ การวิเคาระห์เชิงเอกสาร : ศึกษาการถูกข่มขืนจากคนในครอบครัว

วิธีการศึกษา การวิจัยครั้งนี้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์เชิงเอกสาร การวิจัยครั้งนี้จึงมีจุดมุ่งหมาย ในการศึกษาสาเหตุและปัจจัยที่มีอิทธิพลให้เกิดการข่มขืน ผลกระทบที่เกิดขึ้นในด้านต่าง ๆ ต่อตัวผู้ถูกข่มขืน ตลอดจนวิธีการแก้ไขและแนวทางป้องกันภัยจากการข่มขืน รวมถึงมาตรการให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ จากผู้ที่เกี่ยวข้อง

ผลการวิจัยพบว่า

สาเหตุและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการข่มขืน เกิดจาก

1.ปัจจัยเกี่ยวกับบุคคล ล้วนเกิดขึ้นจากบุคคลทั้งสองฝ่ายคือ ฝ่ายชายที่เป็นฝ่ายกระทำ ซึ่งมีพฤติกรรมที่ผิดปกติไปจากคนส่วนใหญ่ในสังคม อีกทั้งฐานะทางสังคม ระดับการศึกษา การเกี่ยวข้องกับอบายมุข สิ่งเสพติดก็มีส่วนทำให้กระบวนการตัดสินใจน้อยลง และฝ่ายหญิงที่เป็นฝ่ายถูกกระทำที่แต่งการล่อแหลม รวมถึงการไม่ระมัดระวังตัว หรือขาดความรู้ในการป้องกันตนเองทำให้ผู้หญิงต้องตกอยู่ในสภาวะที่เป็นรอง

2.ปัจจัยของสังคมที่มีโครงสร้างทางสังคมได้เป็นตัวกำหนดให้มีความแตกต่างทางเพศซึ่งส่งผลต่อ การปฏิบัติต่อเพศตรงข้ามในฐานะที่แตกต่างกันรวมถึง สื่อมวลชนที่ได้นำเสนอข่าว หรือสื่อลามก อนาจาร ต่าง ๆ ทำให้เกิดพฤติกรรมการลอกเลียนแบบ

3.ปัจจัยของวัฒนธรรม เนื่องมาจากการมีความเชื่อในเรื่องเพศที่ไม่ถูกต้องหรือการได้รับการปลูกฝังแนวความคิดเกี่ยวกับระบบชายเป็นใหญ่ที่ครอบครัวอาจจะมีแนวปฏิบัติในเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด ทำให้อำนาจของผู้ปกครองของบ้านมีอำนาจในฐานะผู้ชายที่มีพละกำลังความแข็งแรงงของร่างกายมากกว่า ซึ่งเป็นสัมพันธภาพที่เป็นต่อและเป็นรองโดยธรรมชาติ รวมถึงการได้รับการขัดเกลาทางสังคมที่ไม่ชัดเจน

4.ปัจจัยเกี่ยวกับกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย แม้จะมีบทบัญญัติไว้อย่างชัดเจนแล้วแต่ในทางปฏิบัติกับการบังคับใช้กฎหมายยังเป็นไปได้ไม่เต็มที่เนื่องจากช่องว่างของกฎหมายบางส่วนที่ยังเอื้อต่อคนบางกลุ่มแม้จะมีการแก้ไขกฎหมายแต่ผลที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถคุ้มครองสวัดิภาพของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการข่มขืนได้

ผลกระทบต่อตัว “เหยื่อ”

1.ในด้านสุขภาพร่างกายพบว่าผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการข่มขืนนั้นได้รับผลกระทบในส่วนนี่ค่อนข้างมากเนื่องจากการต่อสู้ขัดขืนทำให้เกิดอาการบาดเจ็บเกี่ยวกับร่างกาย เช่น รอยฟกช้ำดำเขียวตามที่ต่าง ๆ เจ็บคอ เสียงแห้ง อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ และอาการเกี่ยวกับระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น นอนไม่หลับ ตื่นบ่อย ฝันร้าย ส่วนอาการทางระบบปัสสาวะและระบบสืบพันธ์พบว่า เหยื่อมีอาการคันบริเวณอวัยวะเพศ ตกขาว เวลาถ่ายปัสสาวะเจ็บแสบ มีอาการถ่ายอุจาระเป็นเลือด ถ้ากระทำทางทวารหนัก หรือบางรายที่มีอาการรุนแรงอาจถึงขั้นอาจถึงขั้นเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงตั้งครรภ์ได้

2.ด้านสภาพจิตใจและอารมณ์ พบว่า ในระยะแรกผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมักเกิดความสับสนในชีวิตเป็นอย่างมาก มีความรู้สึกหวาดกลัว หวาดระแวงกับสิ่งรอบกาย โกรธและวิตกกังวลกับสภาพที่เป็นอยู่ซึ่งอาจแสดงออกโดยการร้องไห้คร่ำครวญ พูดน้อยแต่ในระยะต่อมาผู้ที่ตกเป็นเหยื่อสามารถปรับตัวได้แต่สภาพจิตใจในเบื้องลึกอาจแฝงไปด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด เฉยเมย หรือบางรายมีอาการเก็บกดความรู้สึกและฝังใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนนำมาสู่ความกลัว เช่น กลัวความมืด กลัวผู้ชาย กลัวเสียงดัง เป็นต้น

3.ด้านสังคมชีวิตความเป็นอยู่ พบว่าหลังจากถูกข่มขืนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อได้รับผลกระทบในส่วนนี้ค่อนข้างมาก เนื่องจากการที่เธอถูกข่มขืนย่อมถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนไม่ดี และเมื่อกลับเข้ามาอยู่ในสังคมก็ไม่ค่อยได้รับการยอมรับ ต้องเจอกับความกดดันและใช้ชีวิตอย่างลำบาก ส่วนคนในครอบครัวซึ่งผู้ที่รู้เห็นกลับมาต่อว่าผู้ที่ถูกข่มขืน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะพื้นฐานทางครอบครัวที่มีความเชื่อในเรื่องนี้ที่ผิด ทำให้ผลกระทบจึงต้องมาตกอยู่ที่ผู้หญิง

มาตรการในการช่วยเหลือและการป้องกันแก้ไข

1.ในส่วนของการช่วยเหลือจะเห็นได้ว่าแนวทางของกฎหมายในการคุ้มครองผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของการข่มขืนนั้นได้ครอบคลุมมากขึ้นทั้งเพศชายและหญิง การให้ความคุ้มครองรัฐและสังคมไทยได้แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนเพื่อเป็นการให้ความคุ้มครองในเรื่องสิทธิเสรีภาพของแต่ละบุคคลไม่ว่าจะเป็นเพศใด แต่สิ่งที่กฎหมายได้บัญญัติขึ้นนั้นการบังคับใช้ก็ยังไม่เป็นผลที่น่าพอใจ ทำให้เกิดช่องว่างในการเอารัดเอาเปรียบ ระหว่างบุคคลได้ อีกทั้งการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่เด็ดขาด ยังไม่สามารถเข้าไป ผลักดัน แก้ไขให้เกิดความยุติธรรมได้อย่างเต็มที่และทั่วถึง

2.การเยียวยาและสร้างความสมานฉันท์ในครอบครัว สามารถนำเข้ามา โดยใช้กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้ในการแก้ไขปัญหาการกระทำความรุนแรง และการข่มขืนด้วยกระบวนการครอบครัวสมานฉันท์ ซึ่งการดำเนินงานเชิงบูรณาการร่วมกันแบบพหุภาคี โดยอาศัยรูปแบบของทีมงาน สหวิชาชีพ (Professional Team work) โดยมีบุคคลกรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เจ้าพนักงานตำรวจ แพทย์หรือจิตแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์ ซึ่งกระบวนการนี้จะเป็นการจัดกลุ่มเพื่อช่วยเหลือประคับประคองให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถปรับตัวและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ

3.การปฏิบัติตัวและการป้องกันการถูกข่มขืน ส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงในการถูกข่มขืนเนื่องจากเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้นโดยตรงและสามารถปฏิบัติได้ง่าย ซึ่งวิธีการดังกล่าวนั้นจำเป็นที่ผู้หญิงควรจะมีความรู้เพื่อที่จะสามารถนำไปใช้หรือเป็นเครื่องป้องกันในยามที่เกิดอันตรายต่อตัวเองไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม อย่างน้อยก็อาจจะช่วยให้หลุดพ้นออกมาจากสถานการณ์อันเลวร้ายนั้นได้ไม่มากก็น้อย