แต่ดูๆไปแล้ว การแข่งขันทำให้เกิดการพัฒนาตัวเองจนได้สิ่งที่รับประกันความสามารถอย่างที่ปรากฏในรูปที่นำสนโชว์นั่นไงล่ะครับ ถ้าไม่เกิดการแข่งขัน ก็อาจจะล้าหลัง ถูกกลืนหาย ลืมเลือนไปก็ย่อมได้ เพราะคนอื่นต่างก็พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา
คนที่มีแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยม จะสื่อสารด้วยข้อความที่แสดงออกถึงพลัง เหมือนเส้นกราฟที่พุ่งขึ้น ส่วนครูอ้อยที่สื่อข้อความที่เหมือนกับเส้นกราฟที่ไม่พุ่งขึ้นนี่… จะสื่อถึงอะไรหนอ…
การแข่งขันที่ไร้ขอบเขต เพราะเป้าหมา่ยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เมื่อคนหนึ่งถึงเป้าหมาย คนที่กำลังวิ่งตาม ก็อยากที่จะทำให้ดีกว่าที่มีคนเคยทำมาก่อน ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายอันนั้น และเป้าหมายก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
คำเตือนที่ว่า แข่งขันกับตัวเองก็พอแล้ว ความจริงก็น่าฟัง แต่คนอื่นนี่สิครับ เค้าจ้องที่จะแข่งขันกับตัวเรา ยึดตัวเราเป็นเกณฑ์ที่จะต้องแซงให้ได้ หลายครั้ง เราไม่อยากไปเหยียบบ่าเค้า แค่เค้าน่ะแหละ หาทางที่จะเหยียบเรา
ก็เลยกลายเป็นข้อความที่ครูอ้อย สื่อออกมา