ดีใจจังค่ะ ที่ระดับมหาวิทยาลัยได้หยิบยกประเด็น Learnability ของ นศ.ต่ำ เป็นหัวข้อสัมมนา ฃึ่งถ้าจะวิเคราะห์ทั้งในเชิงลึกและกว้างแล้ว ความสามารถในการเรียนของเด็กไทยค่อนข้างต่ำ ทุกระดับก็ว่าได้ ด้วยนโยบาย หลักสูตร กระบวนการสอน และการวัดผลค่ะ
วันนี้ขออนุญาตยกตัวอย่างในเรื่องเล็กๆ ฃึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในหลายๆปัจจัยเช่นกัน ฃึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการสังเกตนะคะ (และถ้าเป็นไปได้น่าจะทำวิจัยเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลให้การเรียนรู้ของผู้เรียนลดลง )กล่าวคือ ทักษะจำเป็นในการเรียนรู้ได้ลดลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฟัง การคิด การใช้คำถาม และการเขียนสื่อความ พูดง่ายๆ ก็คือเรื่อง สุ จิ ปุ ลิ หรือหัวใจนักปราชญ์นั่นเอง ดิฉันเป็นครูระดับชั้นมัธยม พบว่า นักเรียนที่สอน มากกว่า ร้อยละ30 เขียนหนังสือสื่อความค่อนข้างลำบาก อย่าว่าแต่ให้สวยงามเลยนะคะ เขียนตามตัวอย่างยังยากเลยค่ะ ทำให้เรียนไม่ทัน ลองคิดง่ายๆ ว่าเป็นเพราะยุคสมัยนี้ เด็กไม่ได้เรียนเขียนไทยหรือเปล่านะ จึงไม่มีวิธีฝึกและประเมินได้ว่าผู้เรียนมีความสามารถในการเขียนเพียงใด ฃึ่งในเรื่องนี้ ก็อาจจะต้องคิดถึงบริบทด้านอื่นๆด้วย เช่นกัน เช่น เนื้อหาวิชาตามหลักสูตรมากเกินเวลาที่คุณครูจะแบ่งไปฝึกนักเรียนหรือเปล่า จำนวนนักเรียนในชั้นเรียนมากเกินกว่าจะดูแลในรายละเอียดได้ทั่วถึงหรือไม่ นโยบายการประเมินผล ก็ไม่ให้มีเด็กตกซ้ำชั้น คุณครูก็ใช้วิธีสะดวกและลัด ด้วยการให้ผ่านเลย เพื่อไม่ให้เป็นภาระในการดูแลแก้ไขปัญหา ตัวเลขที่แสดงออกมา ก็โชว์ความสามารถของผู้สอนว่า สอนดี สอนเก่ง เด็กได้คะแนนดีๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพที่แท้จริงของผู้เรียน
ตัวอย่างวันนี้ เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ตัวอย่างเดียว ทีดิฉันพอจะมีเวลาบันทึกและนึกได้ค่ะ โอกาสหน้าจะขออนุญาต ลปรร.ใหม่นะคะ ในประเด็นเรื่องนี้ต่อค่ะ