แย่จัง ... หนูยังไม่รู้สึก ... เบื่อ ... อาจารย์เลยสักกะตึ๊ดดดด

ช่างเป็นมารหัวดื้อจริงๆ ... เห็นว่าอย่างงั้นด้วยมั้ยคะ

...

หนูออกจะผิดหวังอย่างมากกกก ... ที่ไม่มี reply ... response? ต่อเรื่องเล่าของเจ้า Lucifer ... คือที่จริงหวังอยู่เงียบๆ ว่าอาจารย์อาจจะหงุดหงิด ... ควันออกหู .. >> ดังนั้นการที่ absolutely emotionless จึงทำลายความตั้งใจอย่างแรง .. ช่างมันเถอะ

by the way

อาจารย์ชอบเรื่องราวของ "ปิศาจคว้าลม" มากกว่าจริงๆ หรือคะ?

แปลกจัง .. แปลกมาก

หรือเป็นเพราะพักหลัง(หลายปีมานี้) เรา face to face กันน้อยเกินไป?

เนื่องจากหลังจากอ่านแล้ว หนูเข้าใจว่า ชายคนที่ 2 เค้าก็ไม่ได้ตั้งใจว่า "อยากจะเป็น" ปิศาจคว้าลมนี่นะคะ ชายทั้ง 2 คน ต่างต้องการไปให้ถึงอีกฝั่งของปลายทาง ปัญหาคือ "วิธี" กับการ "บริหารความเสี่ยง"

คนแรก ... ไว้ใจตัวเอง มากกว่า ยอมใช้เวลาเดินทางนานกว่า ลำบากมากกว่า?

ในขณะที่ คนที่ 2 แขวนชะตาครึ่งหนึ่งไว้กับสิ่งที่ไม่รู้ เลือกที่จะเสียงโชค .. ไม่สิ ในเรื่องมันถูกเรียกว่า "ปัญญา" ก็ OK ค่ะ ความสำเร็จใน 2 ครั้งแรก อาจเป็น positive reinforcement ทำให้เกิดพฤติกรรมเลือกทำซ้ำในครั้งที่ 3 แต่

"เล่ห์กล .. ใช้ได้ผลบางครั้ง แต่มันฆ่าตัวตายเสมอ"

จาก Sand and Form น่ะค่ะ Kahrlil Gibran

หนูไม่ได้ค้านเรื่อง The Greatest Overture of Life ที่ "ไม่สัมพันธ์เสมอไป" กัน achievement ปลาย นะคะ แต่ การจะเป็น "ปิศาจคว้าลม" มันไม่ได้ดูเหมือนจะมีรสหอมหวานอะไรอย่างที่อาจารย์ว่า อย่างน้อย ตอนจบของเรื่องเล่า ... ก็ไม่ได้ถูกเล่าว่า ชายคนที่ 2 มีความสุขกับสิ่งที่ "ไม่ได้เลือก"

"ปิศาจคว้าลม" มันเป็น "สิ่งที่ถูกบังคับเลือก" ซึ่งการจะมีความสุขกับมันได้ เป็นคนละตอน คนละเรื่อง คนละการใช้ความคิด แม้กระทั่งเหตุผล กับ "สติ" อย่างทีอ้างในตอนท้าย .. เข้าใจยากมั้ยคะ .. คือตั้งใจจะหมายความว่า

ถึงแม้จะเป็นปิศาจคว้าลม หรือต้องอยู่กับสิ่งที่ไม่ได้อยากจะเลือก "แต่แรก" ... ก็สามารถ "อยู่อย่างมีสติ กับสิ่งที่จำเป็นต้องเป็นได้" ..

แต่ .. อย่างว่าแหละค่ะ .. หนูไม่แน่ใจเลยจริงๆ ว่า

Short cut มันกลายเป็น Choice ที่ดีกว่าไปตั้งแต่เมื่อไร ... ได้ยังไง??