ไม่มีความรู้เรื่อง กพร. ที่เมืองไทยเลยค่ะ แต่เข้ามาแวะเล่าสู่กันฟังว่า ที่แคนาดานั้นโรงพยาบาลก็เป็นของรัฐไปตั้งอยู่กลางชุมชนเมืองบ้านเราค่ะ

เงินภาษีที่เก็บไปรวมกันที่รัฐส่วนกลาง แล้ว แต่ละปี รัฐส่วนกลางจะแบ่งเงินมาให้แต่ละจังหวัด ให้แต่ละจังหวัดไปบริหารเอง (จังหวัดที่นี่ใหญ่มาก)

แต่ละจังหวัดก็มีหลายเขต แต่ละเขตก็ดูแลจัดการเงินที่จังหวัดแบ่งมาอีกที (จริงๆ 1 เขตเค้า ขนาดประมาณ 1 จังหวัดบ้านเรา สำนักงานสาธารณสุขเขต เค้า ก็ใหญ่ปละมีหน้าที่ประมาณ สสจ. ของเรา) 

แต่มูลนิธิโรงพยาบาล (hospital foundation) ต่างๆนั้นมักจะเริ่มมากจากการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือการเงินของโรงพยาบาลโดย

1. องค์กรทางศาสนา ไม่ว่าจะเป็นวัดคริสต์ พุทธ ยิว ก็ถือเป็นกิจกรรมทำบุญของเค้าไป 

2. ญาติคนไข้ที่รู้สึกผูกพันกับโรงพยาบาลเช่น ผู้ปกครองของผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรงเรื้อรัง หรือ ลูกหลานของผู้สูงอายุที่อยู่ extended care เป็นเวลานาน

(ส่วนมหาวิทยาลัยที่นี่ก็มีมูลนิธิโรงพยาบาล แต่ก็สนับสนุนโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนั้นๆเอง ไม่ลงไประดับรพ.ชุมชนค่ะ)

ชื่อของมูลนิธีก็จะเป็นไปตามชื่อโรงพยาบาล ก็คงเหมือน กพร.ค่ะ คณะกรรมการ (board of directors) ก็มาจากคนในชุมชน เป็น  มีประธาน รองประธาน เลขา เหฯ แล้วก็กรรมการอีก 5-10 คน แล้วแต่ขนาดโรงพยาบาล ในboardนั้นก็มักจะมีหมอหรือบุคคลากรจากรพ.อยู่ด้วยคนสองคน

วาระประชุมนั้นก็แล้วแต่ที่ บางที่ทุก 2-3 เดือนก็มี บางที่ก็ปีละหน

หน้าที่ของมูลนิธิคือ ระดมทุน (fundraising) เพื่อนำมาใช้

1. ซื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ทั้งชิ้นใหญ่โต ถึง เตียง หรือ รถเข็น ก็แล้วแต่รพ. ขาดอะไร ที่ต้องการเพิ่มจากงบที่ทางจังหวัดแบ่งมา  

2. สนับสนุนวิจัยของโรงพยาบาลเอง

อีกอย่างคือไม่ว่ารพ. จะมีโครงการใดใหม่ๆ หรือทำวิจัยใหม่ รพ. จะเรียกคนในชุมชนผ่านมูลนิธิ หาคนที่เป็น stakeholder ในเรื่องนั้นๆมาคุยเป็นกลุ่มว่าคิดอย่างไร เห็นด้วยไม๊ มีอะไรติชมแนะนำไม๊ 

ทางโรงพยาบาลจะรายงานกลับต่อ มูลนิธิตลอดถึงกิจกรรม หรือ การพัฒนาใดๆในรพ. ส่วนมูลนิธิก็มักจะมีวารสาร (newsletter) หรือ อย่างน้อยก็ใบปลิว แจกคนในชุมชนและผู้บริจาคแจ้งข่าวต่างๆที่รพ.อยากสื่อสารกับชาวบ้าน รวมทั้งรายงานว่าเงินที่ได้นั้นได้นำไปใช้ประโยชน์จริง

ส่วนเรื่องระดมทุนนั้นก็มีทั้งไล่หาผู้บริจาคบ้าง (ทั้งชาวบ้่านชุมชนเอง และ เศรษฐีในประเทศ) แม่บ้านหรือเด็กนร.ทำของที่ระลึกขายบ้าง จัดคอนเสิรต์บ้าง หลายหลายแบบมากค่ะ

การที่แต่ละคนได้มีส่วนร่วมหาทุนให้รพ. (ส่วนมากก็จะบริจาคด้วยไม่มากก็น้อยตามกำลัง) แบบนี้แหละค่ะที่ทำให้เค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของรพ. ผู้ที่ร่วมลงขัน หรือ ลงแรงทุกคนจะได้ข่าวสารจาก รพ.ตลอด เคยคุยกับคนแก่แถวๆนี้หลายคน เ้ค้ารออ่าน newsletter นี้เหมือนรออ่ายนิยายในนิตยาสารเลยค่ะ


เขียนมาซะยาว ไม่รู้เกี่ยวบ้างรึเปล่าค่ะ?