ขอบคุณสำหรับข้อคิดเห็นที่ได้รับ ก็จะต้องกลับไปทบทวนภารกิจและแนวทางในการจัดการศึกษาให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นต่อไป ซึ่งก็คงไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วแบบพลิกฝ่ามือ เพราะมีหลาย ๆ ประการที่ต้องแก้ไขไปพร้อม ๆ กัน ทั้งคน คือตัวผู้บริหารเอง บุคลากรที่เกี่ยวข้องในองค์กร ครูและนักศึกษา หลักสูตร วิธีการจัด สื่อ วิธีการประเมินผล การนิเทศ แต่ที่ยากที่สุดคือความตระหนักและความรับผิดชอบ เพราะหากข้อสุดท้ายไม่เกิดเสียอย่าง ข้ออื่น ๆ ก็ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้เลย
สำหรับ ครู ศรช.ซึ่งเป็นผู้ที่ทำงานหนักมากที่สุด(เมื่อเทียบกับภารกิจและค่าตอบแทนที่ได้รับ)ในสถานศึกษาในตอนนี้ ก็อยากจะบอกว่าสิ่งที่ได้ระบายมานั้นเข้าใจและเห็นใจมากที่สุด แต่มันเป็นเหมือนกติกาของสังคมที่กำหนดขึ้นมาจากพื้นฐานของงบประมาณแผ่นดิน ที่กศน.ไม่สามารถจะดำเนินการเองได้ ต้องค่อย ๆ ปรับ ซึ่งก็คงต้องใช้เวลาและกลยุทธ์ต่างๆ อีกมากพอสมควร แต่ณ ตอนนี้ก็คือ
1. สถานศึกษาสามารถเบิกค่าตอบแทนในการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการให้กับครู ศรช.ได้ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท ซึ่งก็ยังดีกว่าไม่ได้เลย
2. ในภาคเรียนต่อไป ครู ศรช.ก็จะรับผิดชอบน้อยลงคือ แทนที่ครูจะต้องสอนนักศึกษาคนละ 80 คน ก็จะเหลือแค่ 50 คน อีก 30 คน ก็ให้สถานศึกษาจ้างครูประจำกลุ่มเข้ามาทำหน้าที่สอน ซึ่งก็จะเป็นโอกาสดีของสถานศึกษา เพราะสามารถจ้างครูประจำการทีมีความรู้ในสาขาวิชาที่ยากเช่น ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ หรือภาษาไทย ในตำแหน่งชำนาญการขึ้นไปมาสอนได้ ก็จะทำให้มีผลดีต่อระบบประกันคุณภาพของสถานศึกษาด้วย
3. สนง.กศน.ได้ขอกรอบอัตราพนักงานราชการเพิ่มเติมไปแล้ว ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ด้วยแต่คงไม่ครบทุกคน เมื่อถึงเวลานั้นเพื่อนคนไหนได้ก็ขอให้แสดงความยินดี อย่าอิจฉา อย่าเสียใจ อย่าโกรธแค้น เพราะทุกคนคงทำบุญมาไม่เท่ากัน ใจก็จะเป็นสุข
แต่อย่างไรก็ตาม ก็ขอเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ครู ศรช.ทุกคน เหนื่อยได้แต่อย่าท้อ ท้อได้แต่อย่าถอย แล้ววันหนึ่งโอกาสก็จะมาหาเราเอง ในฐานะผู้บริหารมือใหม่ แต่คลุกคลีอยู่กับงานการศึกษาขั้นพื้นฐานและครู ศรช.มานาน ขอบอกว่ารักและเห็นใจครู ศรช.ทุกคนค่ะ ขอให้คิดในแง่บวกว่าก็ยังโชคดีที่มีงานทำ มีเงินเดือนพอกินพอใช้ และดีที่สุดในชีวิตก็คือ มีคนเรียกเราว่าครูค่ะ