เรียน ศ.ดร.จีระฯ  คุณยม  และแฟนพันธ์แท้ HR  ทุกท่าน   ขอบคุณ คุณยม  ที่ให้คำแนะนำ เพราะว่าในชีวิตผมไม่ค่อยมีใครแนะนำเพราะเขาบอกว่าเราเก่งแล้ว   ฟังดูแล้วน่าภูมิใจ  แต่เป็นเรื่องตลกที่ปิดกั้นตัวเราเองอย่างมากโดยเฉพาะทุนแห่งการเรียนรู้ผมถือว่าผมยังมีน้อยมาก

	ดังนั้น  ผมจึงมีต้นแบบและแนวทางในการเรียนรู้จากผู้รู้มากมายไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับล่าง ผมให้ความสำคัญมาก ในสมัยที่ผมศึกษาป.โท ที่จุฬาฯ เชื่อไหมว่าผมยกมือไหว้”พี่ดม” เจ้าหน้าที่ส่งนักการภารโรงก็ว่าได้  แต่พี่แกทำทุกเรื่องตั้งแต่ ทำความสะอาดภาควิชา  ส่งหนังสือ  โรเนียว ฯลฯ  แต่สิ่งที่ได้รับผมได้ความรู้จากพี่ในวิธีการโรเนียว  และสามารถได้รับความไว้วางใจให้ใช้เครื่องฯ(ซึ่งมีเครื่องเดียวในภาควิชาฯ) 

	เมื่อผมมีโอกาสมาพบ  คุณกิตติรัตน์  ณ   ระนอง (หรือ”ลุงโต้ง”  ของน้องหนูแถวชุมชนรอบตลาดหลักทรัพย์) อดีตกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์        พร้อม “คุณสรณะ  ฉายประเสริฐ”  ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาความรู้ระดับอุดมศึกษา  ตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย  ผมทึ่งมากรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ของท่านที่ทำงานร่วมกัน มีความสุข และท่านทั้ง 2 ให้ความรักและความเมตตาต่อผู้น้อยอย่างมากจนเป็นที่รักแก่ผู้ทำงานได้   ผมได้มีโอกาสเยี่ยมชมตลาดหลักทรัพย์ โดยคุณกิตติรัตน์ฯ เป็นผู้พาเยี่ยมชม  ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานของ รปภ. หรือพนักงานระดับล่าง ท่านให้ความสนใจและความสำคัญเปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน  ดังพุทธศาสนาที่ว่า “ผู้ไหว้ย่อมได้รับการไหว้ตอบ”     
          
	จากที่ผมกล่าวถึงทั้ง 2  ท่าน แสดงให้เห็นว่าบุคคลดังกล่าวมีทฤษฎี  8 K’s ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นพื้นฐานในการสู่ความสำเร็จ ตามที่ ศ.ดร.จีระฯ กล่าวไว้คือ   1.   Human  Capital  หรือ ทุนมนุษย์                                                                                 
        คือ ทุนที่ได้มาจากความรู้ขั้นพื้นฐานของการศึกษาเล่าเรียนในสถาบันการศึกษาซึ่ง    ถือว่าเป็นทุนขั้น พื้นฐานที่ทุกคนจะต้องมี 2. Intellectual  Capital  หรือ ทุนทางปัญญา                                                           
      คือ ความสามารถในการคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และการนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม     บุคคลที่จบปริญญามี Human Capital ใช่ว่าจะมีทุนทางปัญญาหรือ   Intellectual  Capital  เสมอไป  คนที่มีการศึกษาไม่สูงแต่สามารถมีทุนทางปัญญาได้ถ้ารู้จักในการแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง และสามารถที่จะนำความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับมาสร้างมูลค่าเพิ่ม  3.     Ethical  Capital หรือ ทุนทางจริยธรรม  
       บุคคลที่มีความรู้ดี  สติปัญญาดี  แต่ถ้าไม่มีคุณธรรม  ก็ไม่สามารถพัฒนาองค์กรหรือประเทศได้อย่างดี  ยิ่งถ้านำเอาความรู้ ความสามารถที่ได้รับไปใช้ในสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็ย่อมสร้างปัญหาให้กับสังคมมากยิ่งขึ้น  ฉะนั้น ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จึงควรให้การปลูกฝัง ทุนทางจริยธรรม ไว้ตั้งแต่เบื้องแรก หรือแทรกเข้าไปในเนื้อหาเป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่ง  4.     Happiness  Capital หรือ ทุนแห่งความสุข 
       มนุษย์ทุกคนนี้ล้วนมีความปรารถนาจะทำในสิ่งที่ตนทำแล้วมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นสุขกาย หรือ สุขใจ เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะคิด หรือทำสิ่งใดก็ตามก็จะต้องคำนึงถึงความสุขกับสิ่งที่ทำด้วยจึงจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น  5.     Social  Capital หรือ ทุนทางสังคม 
     ทุนทางสังคม หรือ Social  Capital หมายถึงการรู้จักเข้าสังคม การรู้จักวางตัว หน้าที่และบทบาทของตนเองต่อสังคมซึ่งก็จะเป็นการสร้างให้เกิดยอมรับในสังคม 6.  Sustainability  Capital หรือ ทุนแห่งความยั่งยืน 
      ทุนแห่งความยั่งยืนเป็นทุนที่สำคัญของทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์ เพราะเนื่องจากว่าการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันนั้นเกิดขึ้นรวดเร็วมาก หากเราไม่พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนแล้วนั้นเราก็จะไม่สามารถอยู่รอดและแข่งขันได้ในโลกยุคไร้พรมแดน 7.   Digital  Capital  หรือ ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ                                                    
        โลกยุคปัจจุบันเป็นโลกยุคข่าวสาร และเทคโนโลยี  เป็นโลกาภิวัตน์  ฉะนั้น ในการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ สามารถที่จะพัฒนาและแข่งขันกับนานาอารยประเทศ  จึงจำเป็นที่จะพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ  8.      Talented  Capital  หรือ ทุนทางความรู้  ทักษะ และทัศนคติ                                          
        ทุนที่สำคัญและขาดไม่ได้สำหรับทรัพยากรมนุษย์ในยุคนี้ก็คือ ทุนทางความรู้  ทักษะ และทัศนคติ การมีความรู้ ทักษะ และทัศนคติ (Mindset) ที่ถูกต้องในการทำงาน  บุคคลจะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ   
    
       ผมอยากชี้ให้เห็นว่าทั้ง 2 ท่าน ที่กล่าวมาแล้วไม่เคยเข้ารับการอบรม HR  กับ ศ.ดร.จีระฯ หรือ Coach ของผม  แต่คิดไปคิดมาท่าน มีทฤษฎี  8 K’s  เป็นเครื่องมือสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงาน

    ผมต้องขอบคุณ ศ.ดร.จีระฯ (Coach ของรุ่น 3) ผู้คิดทฤษฎี 8 K’S  และอยากจะบอกว่าถ้าเราจะขับเคลื่อน HRM  เราต้องกลับมามองย้อนดูทุนพื้นฐานในตัวของท่านเสียก่อน  เพราะว่าทุนในตัวของท่านจะเป็นตัวบอกว่าท่านจะได้กำไรเท่าไร?  ในการทำ HRM  แต่เชื่อได้ว่าการขับเคลื่อน HRM ในระบบราชการค่อนข้างจะเป็นงานที่หนัก ถ้าเราไม่ระเบิดเรื่องกฎระเบียบ  และวัฒนธรรมค่านิยมออกเสียบ้าง   สำหรับผมเองก็ยังมีเป้าหมายและมีความหวังเพียงแต่ว่าเราต้องนำทฤษฎีของ Coach มาใช้อย่างลงตัว

     ความคิดเห็นนี้เป็นส่วนตัว  ขออภัยที่อาจขัดแย้งต่อความคิดบางท่านแต่สามารถ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้(ลปร.)ตลอดเวลา   (และขอบคุณ”คุณยม”  ที่แนะนำการเขียนให้อ่านได้) หวังว่าทุกคนต้องสร้างทุนสังคมและทุนจริยธรรม เพื่อให้เกิดทุนแห่งความสุขและทุน........ต่อไป  สวัสดี