| “ไทยพลัดถิ่น” เตรียมบุกสถานทูตอังกฤษ จี้รับผิดชอบทำไร้สัญชาติ |
| วันMondayที่ 16 October 2006 19:19น. | |
|
สถาบันข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย http://www.politic.tjanews.org/index.php?option=com_content&task=view&id=152&Itemid=9 เครือข่าย “ไทยพลัดถิ่น” ร้องรัฐบาลอังกฤษรับผิดชอบต่อปัญหาไร้สัญชาติ เนื่องจากการทำสนธิสัญญากำหนดเขตแดนในอดีตกับรัฐบาลไทย วอนเป็นเวลา 100 ปีแล้ว ที่ถูกทั้งไทย-พม่า ปฏิเสธ เตรียมยกพล 500 คนเข้ากรุงเทพฯ ยื่นหนังสือต่อสถานทูตอังกฤษ 20 ตุลาคม นี้ “วันที่ 20 ตุลาคมนี้ เครือข่ายไทยพลัดถิ่นจากจังหวัดระนอง 500 คน จะเดินทางมายื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อสถานทูตอังกฤษ เราคาดหวังว่าสถานทูตอังกฤษจะส่งต่อข้อมูลไปยังรัฐบาลของตัวเอง และทางรัฐบาลอังกฤษจะประสานงานมายังรัฐบาลไทย ส่วนที่ว่าทำไมเครือข่ายฯ ไม่ยื่นเรื่องถึงรัฐบาลไทยโดยตรงนั้น เป็นเพราะว่าที่ผ่านมาเคยเคลื่อนไหวหลายครั้ง และทำมาทุกกระบวนท่าแล้ว แต่ไปติดที่ระบบกฎหมาย เช่นว่า ถ้าจะทำต้องแปลงสัญชาติก่อน แต่คนไทยพลัดถิ่นไม่ยอมแปลงสัญชาติ เพราะพวกเขาไม่ใช่พม่า พวกเขายืนยันว่าเป็นคนไทย ทางราชการเลยไม่ทำอะไรต่อ” วรรดี จิตรนิรัตน์ คณะทำงานชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง ในฐานะตัวแทนของเครือข่ายไทยพลัดถิ่น เปิดเผยว่า เครือข่ายไทยพลัดถิ่น จังหวัดระนอง ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 2 หมื่นคน เรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษรับผิดชอบต่อการทำสนธิสัญญากำหนดเขตแดนในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งส่งผลให้รัฐทวาย มะริด ตะนาวศรี ซึ่งเป็นดินแดนไทยในอดีต ตกอยู่ใต้อาณานิคมของอังกฤษ และกลายส่วนหนึ่งของประเทศพม่าในเวลาต่อมา โดยหลังจากที่ประเทศพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ รัฐบาลพม่าไม่ยอมรับคนไทยซึ่งอาศัยอยู่ในดินแดนทวาย มะริด ตะนาวศรี และเรียกคนเหล่านี้ว่าเป็น “คนไทยที่ติดดินแดนมา” ครั้นเมื่อกลุ่มคนเหล่านี้กลับเข้ามาในประเทศไทย ก็ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนไทย ทั้งที่บรรพบุรุษของพวกเขาเป็นคนไทย และมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไทยเต็มร้อย ตัวแทนเครือข่ายไทยพลัดถิ่นกล่าวว่า การถูกปฏิเสธจากทางราชการไทยทำให้คนไทยพลัดถิ่นไม่มีบัตรประชาชน ส่งผลให้พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ เหมือนคนไทยทั่วไปได้ เช่น สิทธิในการศึกษา สิทธิในการรักษาพยาบาล สิทธิในการเดินทางข้ามจังหวัด “ทุกวันนี้ คนไทยที่ทำงานรับจ้างทั่วไปในระนองได้รับค่าแรงวันละ 300 บาท แต่คนไทยพลัดถิ่นเหล่านี้ได้รับค่าแรงเพียง 100 บาท ทั้งที่พวกเขาก็เป็นคนไทยเหมือนกัน หรืออย่างกรณีที่ผู้หญิงไทยพลัดถิ่นถูกข่มขื่น ก็ไปแจ้งความไม่ได้ เพราะไม่มีบัตรประชาชนไทย ตอนที่มีเวทีกู้ชาติ พวกเขาก็มาขึ้นเวที เพราะคาดหวังว่าปัญหาของพวกเขาจะถูกนำเสนอ แต่ทันทีที่ลงจากเวที ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับ ต้องวิ่งประกันตัวกันวุ่นวาย” วรรดีกล่าวต่อว่า “กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นในเขตจังหวัดระนอง ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมอยู่เสมอ เช่นตอนเกิดเหตุการณ์สึนามิ คนเหล่านี้ก็เป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้” ตัวแทนเครือข่ายไทยพลัดถิ่นกล่าวว่า ข้อเรียกร้องของเครือข่ายไทยพลัดถิ่นคือ ให้รัฐบาลอังกฤษแสดงความรับผิดชอบ โดยประสานไปยังรัฐบาลไทย หรือใช้วิธีการใดๆ ก็ได้ที่ผลักดันให้รัฐบาลไทยออก “บัตรประชาชนไทย” ให้กับกลุ่มคนไทยพลัดถิ่น นี่คือสิ่งเดียวที่พวกเขาต้องการ เพราะหากมีบัตรประชาชน ก็จะมีสิทธิทุกอย่างเช่นที่คนไทยทั่วไปพึงจะมี วรรดีเปิดเผยต่อไปว่า เครือข่ายไทยพลัดถิ่นได้ทำการสืบประวัติและรวบรวมข้อมูลหลักฐานของแต่ละครอบครัวเตรียมไว้ พร้อมทั้งหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่างๆ เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาเป็นคนไทย และในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ จะมีการนำข้อมูลและหลักฐานเหล่านี้มาเสนอด้วย “การเดินทางมากรุงเทพฯ ในสัปดาห์นี้ อยากจะให้คนทั่วไปได้ติดตามและศึกษาเรื่องราวของพวกเขา โดยส่วนตัวดิฉันเชื่อว่า แค่เราได้รู้ว่าคนเหล่านั้นเป็นใครมาจากไหน สำนึกของคนจะเกิดขึ้นเอง แค่กระแสสังคมได้รู้ ผลจะเกิดขึ้นตามมาเอง เพราะมันเป็นเรื่องมนุษยธรรมพื้นฐานมากๆ” ตัวแทนเครือข่ายไทยพลัดถิ่นกล่าวในท้ายที่สุด คนไทยพลัดถิ่น คือกลุ่มคนไทยที่อาศัยอยู่ในทวาย มะริด ตะนาวศรี ซึ่งเป็นดินแดนไทยในอดีต ก่อนจะกลายเป็นเขตปกครองภายใต้อาณานิคมของอังกฤษตามสนธิสัญญากำหนดเส้นเขตแดนที่ทำไว้ 3 ฉบับ คือ ในปี 2441, 2474 และ 2475 ซึ่งเป็นสมัยรัชกาลที่ 5 ภายหลังประเทศพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ ดินแดนทวาย มะริด ตะนาวศรี กลายเป็นส่วนหนึ่งของรัฐชาติพม่า คนไทยเหล่านี้ก็ถูกรัฐบาลพม่าผลักดันให้อพยพเดินทางเข้าประเทศไทย ปัจจุบัน กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นที่อพยพจากฝั่งพม่าเข้ามาอยู่ในเขตจังหวัดระนอง ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 2 หมื่นคน ไม่มีบัตรประชาชนไทย ส่งผลให้ไม่ได้รับสิทธิใดๆ ตามที่ราษฎรไทยพึงมี จากผลงานวิจัยของนักวิจัยหลายคนระบุตรงกันว่า กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นเหล่านี้มีวัฒนธรรมต่างๆ ที่สืบทอดกันมานับร้อยปีซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นไทย ทั้งภาษา วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนการนับถือศาสนา |