ความผิดพลาดในการปักปันเขตแดน ไทย - พม่า ในปี พ.ศ. ๒๔๑๑

  ยังไม่นับรวมคนติดแผ่นดินที่เป็นญาติพี่น้องกัน เชื้อชาติเดียวกัน แต่ต้องถูกเส้นแบ่งเขตแดนที่ขีดขึ้นนี้ แบ่งแยกชีวิต แบ่งแยกสัญชาติ  

อย่างไรก็ตาม ในการปักปันเขตแดนครั้งนี้ มีคนในท้องถิ่นรวมทั้งนักประวัติศาสตร์บางคนได้วิจารณ์กันมาก ถึงการที่คณะผู้สำรวจฝ่ายไทยยินยอมให้นับพื้นที่ฝั่งไทยถึงแค่ด่านสิงขร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งที่มีหลักฐานยืนยันได้ว่าพื้นที่ป่าเขาที่นับเป็นทางยาวเข้าไปทางทิศตะวันตกอีกเกือบ ๘๐ กิโลเมตร เป็นของไทย ซึ่งถือว่าไทยได้เสียดินแดนเมืองประจวบคีรีขันธ์ไปหลายร้อยตารางกิโลเมตรจากการปักปันเขตแดนครั้งนี้

            นอกจากนี้ การทำแผนที่ในครั้งนั้นยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่มาก เนื่องจากอุปกรณ์และเทคโนโลยีในการทำแผนที่สมัยนั้นยังล้าสมัย ประกอบกับสภาพภูมิประเทศรกทึบ ไม่มีเส้นทางคมนาคม จึงมีปัญหาเรื่องเขตแดนขึ้นโดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำกระบุรี  อีกทั้งในภายหลังแม่น้ำกระบุรีได้เปลี่ยนทางเดิน เกิดเป็นเกาะขึ้นหลายเกาะ ดังนั้นจึงมีการเจรจากับอังกฤษอีกหลายครั้ง   ครั้งสุดท้ายได้ตรวจสอบและทำบันทึกร่วมกับอังกฤษ โดยรัฐบาลทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนสัตยาบันยอมรับเส้นเขตแดนใหม่บริเวณแม่น้ำกระบุรี เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๗๘

           สรุปว่าเส้นเขตแดนไทย พม่า บริเวณแม่น้ำกระบุรี หรือที่พม่าเรียกแม่น้ำปากจั่นนั้น ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงบ้านมารัง (Marang) ประเทศพม่า รวมระยะทางประมาณ ๗๙ กิโลเมตร ใช่ร่องน้ำลึกเป็นเส้นเขตแดน ต่อจากนั้นไปจนถึงปากแม่น้ำกระบุรีออกสู่ทะเลตรงปลายแหลมวิคตอเรีย พ้อยท์ ระยะทางประมาณ ๖๐ กิโลเมตร ใช้ฝั่งเป็นเส้นเขตแดน ฝั่งไทยคือ เขตแดนไทย ฝั่งพม่าคือ เขตแดนพม่า เกาะที่ชิดฝั่งไทยเป็นของไทย และเกาะที่ชิดฝั่งพม่าเป็นของพม่า

           ยังไม่นับรวมคนติดแผ่นดินที่เป็นญาติพี่น้องกัน เชื้อชาติเดียวกัน แต่ต้องถูกเส้นแบ่งเขตแดนที่ขีดขึ้นนี้ แบ่งแยกชีวิต แบ่งแยกสัญชาติ

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชุมชนศึกษา : กรณีคนไทยพลัดถิ่น

คำสำคัญ (Tags)#ประวัติศาสตร์#คนไทยพลัดถิ่น#ดินแดน

หมายเลขบันทึก: 54849, เขียน: 16 Oct 2006 @ 22:10, แก้ไข, 22 Jun 2012 @ 16:11, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 10, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (10)

Archanwell
เขียนเมื่อ 16 Oct 2006 @ 22:23

แปลว่า อะไร ? แปลว่า ข้อสัญญา แตกต่างจากแผนที่หรือ ?

แผนที่เป็นส่วนแนบท้ายอนุสัญญา ซึ่งในอนุสัญญายอมรับเขตแดนตามที่ระบุไว้ในแผนที่  แต่มีเอกสารอ้างอิงหลายฉบับที่ระบุว่า การทำแผนที่ครั้งนั้นคลาดเคลื่อนจากเขตแดนจริงที่รับรู้กันโดยพฤตินัย ของคนในท้องถิ่น

เคยได้ยินเรื่องประสาทเขาพระวิหารไหมคะ ?

โดยทั่วไป สนธิสัญญาจะมีข้อสัญญาระบุเอาไว้ว่า เขตแดนจะอญุ่ ณ จุดใด และระบุให้ดูแผนที่

ประเด็นความคลาดเคลื่อนนี้ ได้มาจากไหนคะ ? น่าจะอ้างแหล่งที่มาของข้อมูลนะคะ ?

สงสัยว่า การยกข้อเท็จจริงนี้ขึ้นมา เพื่อจะนำเสนออะไรต่อไปคะ ?

แหล่งที่มา ได้อ้างไว้ในเชิงอรรถในรายงาน แต่ไม่ได้เอามาลงที่นี่ค่ะ

และประเด็นข้อเท็จจริงนี้ที่อ้างมา เพียงแค่อยากจะกล่าวถึงเพื่อให้เนื้อหาครอบคลุมส่วนที่มีคนกล่าวอ้างค่ะ ไม่ได้จะมาให้แก้ไขประวัติศาสตร์ หรืออนุสัญญาแต่อย่างใด

แต่ประเด็นจริงๆ เรื่องนี้อยู่ที่เรื่องวันเดือนปี ที่จะถือเป็นข้อยุติว่าไทยเสียมะริด ทะวาย ตะนาวศรี ให้พม่าเมื่อไร เพื่อจะมาทำความเห็นและข้อเสนอต่อไปค่ะ

Archanwell
เขียนเมื่อ 17 Oct 2006 @ 19:59
ควรเอาอ้างอิงมาลงด้วย คนที่ปรารถนาจะอ้างอิงจะได้อ้างอิงได้ค่ะ
Archanwell
เขียนเมื่อ 19 Oct 2006 @ 01:20
“ไทยพลัดถิ่น” เตรียมบุกสถานทูตอังกฤษ จี้รับผิดชอบทำไร้สัญชาติ
วันMondayที่ 16 October 2006 19:19น.

สถาบันข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

http://www.politic.tjanews.org/index.php?option=com_content&task=view&id=152&Itemid=9 

             เครือข่าย “ไทยพลัดถิ่น” ร้องรัฐบาลอังกฤษรับผิดชอบต่อปัญหาไร้สัญชาติ เนื่องจากการทำสนธิสัญญากำหนดเขตแดนในอดีตกับรัฐบาลไทย วอนเป็นเวลา 100 ปีแล้ว ที่ถูกทั้งไทย-พม่า ปฏิเสธ เตรียมยกพล 500 คนเข้ากรุงเทพฯ ยื่นหนังสือต่อสถานทูตอังกฤษ 20 ตุลาคม นี้

           “วันที่ 20 ตุลาคมนี้ เครือข่ายไทยพลัดถิ่นจากจังหวัดระนอง 500 คน จะเดินทางมายื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อสถานทูตอังกฤษ  เราคาดหวังว่าสถานทูตอังกฤษจะส่งต่อข้อมูลไปยังรัฐบาลของตัวเอง และทางรัฐบาลอังกฤษจะประสานงานมายังรัฐบาลไทย ส่วนที่ว่าทำไมเครือข่ายฯ ไม่ยื่นเรื่องถึงรัฐบาลไทยโดยตรงนั้น เป็นเพราะว่าที่ผ่านมาเคยเคลื่อนไหวหลายครั้ง และทำมาทุกกระบวนท่าแล้ว แต่ไปติดที่ระบบกฎหมาย เช่นว่า ถ้าจะทำต้องแปลงสัญชาติก่อน แต่คนไทยพลัดถิ่นไม่ยอมแปลงสัญชาติ เพราะพวกเขาไม่ใช่พม่า พวกเขายืนยันว่าเป็นคนไทย ทางราชการเลยไม่ทำอะไรต่อ”

            วรรดี จิตรนิรัตน์ คณะทำงานชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง ในฐานะตัวแทนของเครือข่ายไทยพลัดถิ่น เปิดเผยว่า เครือข่ายไทยพลัดถิ่น จังหวัดระนอง ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 2 หมื่นคน เรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษรับผิดชอบต่อการทำสนธิสัญญากำหนดเขตแดนในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งส่งผลให้รัฐทวาย มะริด ตะนาวศรี ซึ่งเป็นดินแดนไทยในอดีต ตกอยู่ใต้อาณานิคมของอังกฤษ และกลายส่วนหนึ่งของประเทศพม่าในเวลาต่อมา

           โดยหลังจากที่ประเทศพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ รัฐบาลพม่าไม่ยอมรับคนไทยซึ่งอาศัยอยู่ในดินแดนทวาย มะริด ตะนาวศรี และเรียกคนเหล่านี้ว่าเป็น “คนไทยที่ติดดินแดนมา” ครั้นเมื่อกลุ่มคนเหล่านี้กลับเข้ามาในประเทศไทย ก็ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนไทย ทั้งที่บรรพบุรุษของพวกเขาเป็นคนไทย และมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไทยเต็มร้อย

            ตัวแทนเครือข่ายไทยพลัดถิ่นกล่าวว่า การถูกปฏิเสธจากทางราชการไทยทำให้คนไทยพลัดถิ่นไม่มีบัตรประชาชน ส่งผลให้พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ เหมือนคนไทยทั่วไปได้ เช่น สิทธิในการศึกษา สิทธิในการรักษาพยาบาล สิทธิในการเดินทางข้ามจังหวัด

            “ทุกวันนี้ คนไทยที่ทำงานรับจ้างทั่วไปในระนองได้รับค่าแรงวันละ 300 บาท แต่คนไทยพลัดถิ่นเหล่านี้ได้รับค่าแรงเพียง 100 บาท ทั้งที่พวกเขาก็เป็นคนไทยเหมือนกัน หรืออย่างกรณีที่ผู้หญิงไทยพลัดถิ่นถูกข่มขื่น ก็ไปแจ้งความไม่ได้ เพราะไม่มีบัตรประชาชนไทย ตอนที่มีเวทีกู้ชาติ พวกเขาก็มาขึ้นเวที เพราะคาดหวังว่าปัญหาของพวกเขาจะถูกนำเสนอ แต่ทันทีที่ลงจากเวที ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับ ต้องวิ่งประกันตัวกันวุ่นวาย”

            วรรดีกล่าวต่อว่า “กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นในเขตจังหวัดระนอง ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมอยู่เสมอ เช่นตอนเกิดเหตุการณ์สึนามิ คนเหล่านี้ก็เป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้”

            ตัวแทนเครือข่ายไทยพลัดถิ่นกล่าวว่า ข้อเรียกร้องของเครือข่ายไทยพลัดถิ่นคือ ให้รัฐบาลอังกฤษแสดงความรับผิดชอบ โดยประสานไปยังรัฐบาลไทย หรือใช้วิธีการใดๆ ก็ได้ที่ผลักดันให้รัฐบาลไทยออก “บัตรประชาชนไทย” ให้กับกลุ่มคนไทยพลัดถิ่น นี่คือสิ่งเดียวที่พวกเขาต้องการ เพราะหากมีบัตรประชาชน ก็จะมีสิทธิทุกอย่างเช่นที่คนไทยทั่วไปพึงจะมี

            วรรดีเปิดเผยต่อไปว่า เครือข่ายไทยพลัดถิ่นได้ทำการสืบประวัติและรวบรวมข้อมูลหลักฐานของแต่ละครอบครัวเตรียมไว้ พร้อมทั้งหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่างๆ เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาเป็นคนไทย และในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ จะมีการนำข้อมูลและหลักฐานเหล่านี้มาเสนอด้วย

           “การเดินทางมากรุงเทพฯ ในสัปดาห์นี้ อยากจะให้คนทั่วไปได้ติดตามและศึกษาเรื่องราวของพวกเขา โดยส่วนตัวดิฉันเชื่อว่า แค่เราได้รู้ว่าคนเหล่านั้นเป็นใครมาจากไหน สำนึกของคนจะเกิดขึ้นเอง แค่กระแสสังคมได้รู้ ผลจะเกิดขึ้นตามมาเอง เพราะมันเป็นเรื่องมนุษยธรรมพื้นฐานมากๆ” ตัวแทนเครือข่ายไทยพลัดถิ่นกล่าวในท้ายที่สุด
 
ข้อมูลเพิ่มเติม

            คนไทยพลัดถิ่น คือกลุ่มคนไทยที่อาศัยอยู่ในทวาย มะริด ตะนาวศรี ซึ่งเป็นดินแดนไทยในอดีต ก่อนจะกลายเป็นเขตปกครองภายใต้อาณานิคมของอังกฤษตามสนธิสัญญากำหนดเส้นเขตแดนที่ทำไว้ 3 ฉบับ คือ ในปี 2441, 2474 และ 2475 ซึ่งเป็นสมัยรัชกาลที่ 5

           ภายหลังประเทศพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษ ดินแดนทวาย มะริด ตะนาวศรี กลายเป็นส่วนหนึ่งของรัฐชาติพม่า คนไทยเหล่านี้ก็ถูกรัฐบาลพม่าผลักดันให้อพยพเดินทางเข้าประเทศไทย

            ปัจจุบัน กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นที่อพยพจากฝั่งพม่าเข้ามาอยู่ในเขตจังหวัดระนอง ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 2 หมื่นคน ไม่มีบัตรประชาชนไทย ส่งผลให้ไม่ได้รับสิทธิใดๆ ตามที่ราษฎรไทยพึงมี

           จากผลงานวิจัยของนักวิจัยหลายคนระบุตรงกันว่า กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นเหล่านี้มีวัฒนธรรมต่างๆ ที่สืบทอดกันมานับร้อยปีซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นไทย ทั้งภาษา วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนการนับถือศาสนา

Archanwell
เขียนเมื่อ 20 Oct 2006 @ 11:56

มติชนวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10450


คนไทยพลัดถิ่นร้องขอสิทธิ


เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 19 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตรวจสอบรถยนต์โดยสาร 2 คัน หมายเลขทะเบียน 10-0342 สุพรรณบุรี และ 10-0357 สุพรรณบุรี พบว่าเป็นชาวไทยพลัดถิ่น ที่มีเพียงบัตรชาวไทยภูเขา หรือชาวไทยพลัดถิ่น จาก อ.บางสะพาน และ อ.ทับสะแก เป็นชาย 47 คน หญิง 3 คน เพื่อเตรียมเข้ากรุงเทพฯ โดยมีนายสำเนา ศรีทอง อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 277 หมู่ที่ 5 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน และนายประทีป ปติแพทย์ อายุ 50 ปี บ้านอยู่หมู่ที่ 11 ต.อ่างทอง อ.ทับสะแก นำมา

จากการสอบสวน นายประทีป ปติแพทย์ ตัวแทนชาวไทยพลัดถิ่น กล่าวว่า คนไทยพลัดถิ่นในเขต จ.ระนอง ชุมพร และประจวบคีรีขันธ์ มีประมาณ 1,800 คน ต้องการให้รัฐบาลคืนสัญชาติไทย เนื่องจากที่ผ่านมาบิดา มารดา เป็นคนไทยแต่ตกอยู่ในเขตแดนของการแบ่งเขตการปกครองระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ในยุคล่าอาณานิคม ครอบครัวจึงเข้ามาอาศัยทำกินในผืนแผ่นดินไทย แต่ก็ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีสิทธิเท่าเทียมกับคนไทย มีเพียงบัตรชาวไทยพลัดถิ่นเท่านั้น ดังนั้น จึงรวมตัวกันที่จะเดินทางเข้าไปร่วมกับ 28 องค์กรชุมชนทั่วประเทศ จัดงานสมัชชาสังคมไทย ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจะขอให้รัฐบาลออกบัตรประชาชนให้ เจ้าหน้าที่ทำความเข้าใจกับชาวไทยพลัดถิ่น จนกระทั่งยอมเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม



(กรอบบ่าย)

หน้า 13

Archanwell
เขียนเมื่อ 20 Oct 2006 @ 11:59

ข่าวสด วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 16 ฉบับที่ 5804


โวยสกัดจับไทยพลัดถิ่นชุมนุมกทม.




เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมูลนิธิกระจกเงา ออกแถลงการณ์เรื่อง แล้ว"คนไทย"อย่างฉันจะอยู่ที่ไหน เมื่อไร้สัญชาติและถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้ง ฆ่า ข่มขืน ไร้ที่ยืนบนโลกใบนี้ โดยมีเนื้อหาระบุว่า รัฐบาลอังกฤษต้องรับผิดชอบ เมื่อสนธิสัญญากำหนดเส้นเขตแดนระหว่างไทย-พม่า ได้แบ่งแยกคนไทยไร้สัญชาติมานานกว่าร้อยปี ซึ่งไทยได้เสียดินแดนมะริด ทวาย ตะนาวศรี ฯลฯ ให้ประเทศพม่า แต่พม่าพยายามผลักดันไม่เอาคนไทย เพราะอยากได้เพียงผืนแผ่นดิน กระทำย่ำยีกดขี่ห่มเหง ละเมิดสิทธิมนุษยชน ฆ่าและข่มขืนเพื่อกดดันให้คนไทยพลัดถิ่นกว่า 30,000 คนทนอยู่ไม่ได้ และพยายามกลับแผ่นดินแม่ แต่ได้รับการปฏิเสธและระบุค่าความเป็นคนไทยแค่เพียง คนต่างด้าว ดังนั้น ทางมูลนิธิกระจกเงา จะเดินทางไปยื่นจดหมายเปิดผนึกที่สถานทูตอังกฤษ ในวันที่ 20 ต.ค.เวลา 10.00 น. จากนั้นเวลา 13.30 น. จะไปยื่นหนังสือเพื่อผลักดันการคืนสัญชาติไทยให้คนไทยพลัดถิ่นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และกระทรวงมหาดไทย และวันที่ 21 ต.ค.จะเปิดเวทีอภิปรายเรื่องคนไทยพลัดถิ่น ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ปรากฏว่า ชาวไทยพลัดถิ่นซึ่งเป็นคนไทยแต่ไม่มีบัตรประชาชนจากจ.ระนอง ชุมพร ประจวบฯ กว่า 600 คน ซึ่งจะเดินทางมาร่วมงานดังกล่าว ปรากฏว่าขบวนของชาวบ้านที่จะเดินทางเข้ากทม.โดยรถบัสจำนวน 5 คัน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบสกัดจับและตรวจค้น จากนั้นนำทั้งหมดไปควบคุมตัวที่สภ.อ.บางสะพานและย้ายไปสภ.อ.ทับสะแก ก่อนแยกคนไทยที่มีบัตรประชาชนและไม่มีบัตร ก่อนส่งตัวกลับ

หน้า 14

Archanwell
เขียนเมื่อ 21 Oct 2006 @ 10:26

คนไทยพลัดถิ่นเรียกร้องขอคืนสัญชาติไทยหลังต้องอยู่ในฐานะผู้หลบหนีเข้าเมืองในพม่า   

คนไทยพลัดถิ่นเรียกร้อง ขอคืนสัญชาติไทยหลังต้องอยู่ในฐานะผู้หลบหนีเข้าเมืองในพม่า เพราะการทำสนธิสัญญากำหนดเส้นแดนไทย-พม่าเมื่อปี 2411

คนไทยพลัดถิ่นในนามเครือข่ายแก้ปัญหาคืนสัญชาติไทย ซึ่งมีทั้งพระภิกษุสงฆ์ เด็ก และผู้ใหญ่จำนวนกว่า 30 คน รวมตัวชุมนุมที่หน้าสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ  โดยได้ส่งตัวแทนเข้ายื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่สถานทูต  เรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษรับผิดชอบต่อผลกระทบ หลังการทำสนธิสัญญากำหนดเส้นแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่าเมื่อปี พ.ศ.2411หรือ138 ปีที่ผ่านมา จนทำให้พื้นที่มะริด ทวาย และตะนาวศรี ซึ่งในอดีตเป็นเขตปกครองของไทย กลายเป็นเขตปกครองของพม่า แต่รัฐบาลพม่าไม่ยอมรับคนในพื้นที่ให้เป็นประชาชน

จึงต้องการให้รัฐบาลอังกฤษร่วมมือกับรัฐบาลไทยพิสูจน์สัญชาติคนไทยพลัดถิ่น ที่ขณะนี้อยู่ในฐานะผู้หลบหนีเข้าเมือง เพื่อคืนสัญชาติไทยและออกบัตรประชาชนรองรับความเป็นคนไทยให้ ซึ่งจะทำให้ได้สิทธิขั้นพื้นฐาน อาทิ การรักษาพยาบาล การศึกษา การเดินทาง และการครอบครองสังหาริมทรัยพ์และอสังหาริมทรัพย์ 

[ Modern Nine TV - 2006-10-20 : 18:10:45 ]
 

เดี๊ยน
IP: xxx.28.68.33
เขียนเมื่อ 14 Feb 2008 @ 15:09

เดี๊ยนคิดว่ามันสะท้อนให้เห็นถึงสันดานสุกเอาเผากินในสันดานของข้าราชการสมัยนู้น ที่ตกทอดสืบความเสียหายมาจนถึงปัจจุบัน

สันดานแบบนั่งเทียนไงคะ ทั้ง ๆ ที่มีหลักฐานทางการเดินเรือแลการค้าของชาติยุโรปมากมายในสมัยเดียวกัน บันทึกไว้ชัดแจ้งว่าแดนดินถิ่นนั้นเป็นที่ตั้งอยู่ของชนชาวสยาม

เดี๊ยนขอสาบแช่งให้อ้ายกร๊วกนั่นมันตกนรกแล้วเกิดเป็นหมาแล้วตายแล้วตกนรกแล้วเกิดเป็นหมาแล้วตายแล้วตกนรกแล้วเกิดเป็นหมาแล้วตายแล้วตกนรกแล้วเกิดเป็นหมาแล้วตายแล้วตกนรกแล้วเกิดเป็นหมาชั่วกัปชั่วกัลป์

ให้สาสมกับสันดานนั่งเทียนของมัน