อย่างไรก็ตาม ในการปักปันเขตแดนครั้งนี้ มีคนในท้องถิ่นรวมทั้งนักประวัติศาสตร์บางคนได้วิจารณ์กันมาก ถึงการที่คณะผู้สำรวจฝ่ายไทยยินยอมให้นับพื้นที่ฝั่งไทยถึงแค่ด่านสิงขร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งที่มีหลักฐานยืนยันได้ว่าพื้นที่ป่าเขาที่นับเป็นทางยาวเข้าไปทางทิศตะวันตกอีกเกือบ ๘๐ กิโลเมตร เป็นของไทย ซึ่งถือว่าไทยได้เสียดินแดนเมืองประจวบคีรีขันธ์ไปหลายร้อยตารางกิโลเมตรจากการปักปันเขตแดนครั้งนี้

            นอกจากนี้ การทำแผนที่ในครั้งนั้นยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่มาก เนื่องจากอุปกรณ์และเทคโนโลยีในการทำแผนที่สมัยนั้นยังล้าสมัย ประกอบกับสภาพภูมิประเทศรกทึบ ไม่มีเส้นทางคมนาคม จึงมีปัญหาเรื่องเขตแดนขึ้นโดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำกระบุรี  อีกทั้งในภายหลังแม่น้ำกระบุรีได้เปลี่ยนทางเดิน เกิดเป็นเกาะขึ้นหลายเกาะ ดังนั้นจึงมีการเจรจากับอังกฤษอีกหลายครั้ง   ครั้งสุดท้ายได้ตรวจสอบและทำบันทึกร่วมกับอังกฤษ โดยรัฐบาลทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนสัตยาบันยอมรับเส้นเขตแดนใหม่บริเวณแม่น้ำกระบุรี เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๗๘

           สรุปว่าเส้นเขตแดนไทย พม่า บริเวณแม่น้ำกระบุรี หรือที่พม่าเรียกแม่น้ำปากจั่นนั้น ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงบ้านมารัง (Marang) ประเทศพม่า รวมระยะทางประมาณ ๗๙ กิโลเมตร ใช่ร่องน้ำลึกเป็นเส้นเขตแดน ต่อจากนั้นไปจนถึงปากแม่น้ำกระบุรีออกสู่ทะเลตรงปลายแหลมวิคตอเรีย พ้อยท์ ระยะทางประมาณ ๖๐ กิโลเมตร ใช้ฝั่งเป็นเส้นเขตแดน ฝั่งไทยคือ เขตแดนไทย ฝั่งพม่าคือ เขตแดนพม่า เกาะที่ชิดฝั่งไทยเป็นของไทย และเกาะที่ชิดฝั่งพม่าเป็นของพม่า

           ยังไม่นับรวมคนติดแผ่นดินที่เป็นญาติพี่น้องกัน เชื้อชาติเดียวกัน แต่ต้องถูกเส้นแบ่งเขตแดนที่ขีดขึ้นนี้ แบ่งแยกชีวิต แบ่งแยกสัญชาติ