มาแจมเรื่องวินัยค่ะ เพราะที่บ้านพี่โอ๋เห็นมาแล้วว่า ถ้าเราเริ่มตั้งแต่ลูกเล็กๆที่บ้านนี่แหละเป็นสิ่งที่ดีมากๆเลย โดยเฉพาะถ้าลูกเรามีธรรมชาติที่ค่อนข้างโอนอ่อนผ่อนตาม พี่วั้นคนโตของพี่โอ๋เขาจะอยู่ในระเบียบแบบแผนมาตั้งแต่เล็กๆ แล้วถึงตอนนี้เขาก็ติดเป็นนิสัย ที่เราเองเห็นแล้วก็ยังทึ่งเลยค่ะว่า เขาทำได้เป็นธรรมชาติมาก กฎระเบียบอะไรที่เขาเห็นดีด้วย เขาจะเคร่งครัดทำเองโดยที่เราไม่เคยต้องเตือนเลย ทุกวันนี้ เห็นเขาขี่มอเตอร์ไซค์แล้วก็ใส่หมวกกันน็อคตลอด แม้จะอยู่ในม.อ. (ความจริงก็ไม่ให้ขับออกนอกอยู่แล้ว) เพราะพ่อสั่งไว้ บางครั้งเราเองต้องบอกว่าไม่ต้องใส่ก็ได้ลูก ไปแค่นี้เอง

ในขณะที่พี่เหน่นคนกลาง เขาจะเป็นตัวของตัวเองมากกว่า กฎเกณฑ์ทั้งหลายเขาชอบท้าทาย แต่วินัยต่างๆที่เราเคยดูแลเขามาตั้งแต่เล็กๆก็ติดตัวเขามาตลอด รู้หน้าที่ ไม่มีอะไรที่พ่อแม่ต้องเตือน

ส่วนเจ้าตัวเล็กนั้น เขาห่างจากพี่ๆ 5-6 ปี เป็นช่วงที่พี่ๆเริ่มมีอิสระแล้ว เขาก็จะทำตามพี่ๆเสียมากกว่า เขาไม่ชอบเรียนว่ายน้ำ แต่พี่ๆ 2 คนไปเรียนประจำสม่ำเสมอ เขาก็ทนไปบ้าง แต่ถ้าเลี่ยงได้เขาก็เลี่ยง สังเกตได้ว่าคนนี้จะเป็นตัวของตัวเองมากหน่อย และเขามักจะสร้างวินัยแบบของเขาเอง แต่ที่แน่ๆคือเขารู้จักรับผิดชอบตัวเอง เพราะเราสอนเขามากอย่างนั้น คนนี้รบกันมากที่สุดค่ะ แต่สุดท้ายเขาก็รู้ว่า การร้องไห้ การทำฤทธิ์ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน พ่อกับแม่ไม่รับรู้รับฟัง ถ้าเขาต้องการอะไร ต้องสื่อสารด้วยการพูดและต้องมีเหตุผลที่ดีด้วย เป็นเรื่องเป็นราวกันอยู่ช่วงเดียวเท่านั้นค่ะ ตอนที่ลูกทดสอบเรา พอเขารู้ว่าเรามั่นคงในหลักการ แต่เรารับฟังเขาถ้าเขาไม่ทำฤทธิ์โดยไม่สมเหตุผล จากช่วงนั้นมา เขาก็ไม่เป็นเด็กไร้เหตุผลอีกเลย (มีคนว่าเราใจแข็งมากๆค่ะ แต่พี่โอ๋เห็นแล้วว่า วิธีนี้เหมาะกับลูกคนนี้)

แต่ยังไงๆลูกใครก็ลูกมันนั่นแหละค่ะ ไม่มีใครรู้จักลูกเราดีเท่ากับตัวเราแน่นอน วิธีไหนที่เรามั่นใจก็ใช้วิธีนั้นแหละ แต่ที่แน่ๆคือต้องเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องฝึกให้ลูกใช้ชีวิตที่ถูกต้องนะคะ