เรียนท่านวุฒิสมาชิกที่เคารพ

มาต่อช่วงพักเที่ยงครับ

การมีส่วนร่วมของประชาชนของอินเดีย ผมเห็นว่ามาจากครอบครัวเป็นหน่วยเริ่มต้น บิดา ผู้นำครอบครัวมีส่วนสร้างแนวทางให้สมาชิกรวมกลุ่มกัน โดยเฉพาะในงานเทศกาลของฮินดู ที่มีหลายวาระในช่วงปี ทำให้คนในครอบครัวรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

สื่อมวชนอินเดยีที่มีการบทบาทที่เพิ่มมากขึ้นนับแต่ 1991 ซึ่งอินเดียเปิดประเทศยิ่ งทำให้ประชาชนตื่นตัวและเข้าถึงข่าวสาร การบ้านการเมืองได้ดียิ่งขึ้น

ที่สำคัญอินเดียรู้จักใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาประเทศ สื่อโทรทัศนจึงก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมีดาวเทียม ทำให้บริการโทรทัศน์มีให้ประชาชนเลือกได้มาก เท่าที่ผมอ่านมามีเครือข่ายโทรทัศน์ดาวเทียมมากกว่า 50 แห่ง ที่ให้บริการตลอดเวลา 24 ชม.

นอกจากนั้น การให้มีโทรทัศน์ช่องภาษาอังกฤษควบคู่กันไปทำให้คนอินเดียเข้าถึงความรู้ที่หลากหลายได้เร็ว

คนจึงเข้ามีส่วนร่วมในการบ้านเมืองได้ง่าย

ประมาณกันว่าใน 120 ล้านครัวเรือนในอินเดีย จะมีโทรทัศน์ดูอย่างน้อย 1 เครื่อง เป็นตัวเลขที่สูงครับ

เมื่อมีสื่อกลางที่เข้าถึงประชาชนทุกชั้นแบบนี้ ผมก็สันนิษฐานว่านักการเมืองก็ใช้สื่อที่มีนี้หาเสียงกันครับ และที่เห็นได้ชัดคือรายการทางศาสนานั้นมีมากเหลือเกินแต่ก็มีคนดูมาก

ถ้าประชาชนได้รับรู้ข่าวสาร ความเป็นไปของบ้านเมืองดี การซื้อเสียงตรงๆ คงน้อยลงทุกทีครับ

การกล่าวว่าอินเดียเป็นประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดเป็นเรื่องที่น่าคุยครับเพราะประชากรมากขนาดนี้ ยังสามารถบริหารกันได้ โดยคนรับรู้ข่าวสารได้อย่างกว้างขวางแบบนี้ก็น่าชื่นชมครับ

ผมว่าเขารู้จักใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยให้กิดประโยชน์ครับ รวมทั้งการที่มีการบริหารแบบรัฐทำให้คล่องตัว แต่ละรัฐสามารถดำเนินการพัฒฯได้อย่างตรงความต้องการ

ผมคิดว่าไทยควรร่วมมือกับอินเดียให้มาก ในทุกทาง และทุกหน่วยงาน สนับสนุนให้ฝ่ายไทยไปอินเดียเพื่อเรียนรู้จากเขาให้มากครับ

แต่แรกสุด เราต้องเปิดใจให้กว้าง ดูสิ่งที่ดีของเขาเท่านั้นครับ

ด้วยความเคารพ