เรียนท่านวุฒิสมาชิกที่เคารพครับ
เรื่องการเปิดเสรีทางการค้าไทยกับต่างประเทศนั้น ในหลักการผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็มีสิ่งที่ท่านได้เน้นว่าต้องดูแลผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกรซึ่งผมเห็นว่าสำคัญมาก
ตรงนี้น่าจะเอาตรรกะของอินเดียไปใช้บ้างคือการไม่ยอมเสียเปรียบใคร เปิดเฉพาะในจุดที่เราจะได้ประโยชน์ที่สุดหรือมากกว่า
ผมมองว่าการเปิดเร็วไป มีผลกระทบไม่เพียงเศรษฐกิจแต่ต่อสังคมด้วยเพราะสินค้าหลายอย่างทำลายคุณค่าทางวัฒธรรมและศิลธรรมครับ
ผมเคยไปอยู่ที่เจนีวา ก็พบว่าสวิสก็ไม่ได้เปิดเสรีนักเลย กลับยิ่งรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของเขาและเป็นอนุรักษณ์นิยมมาก
ในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ผมคิดว่าโครงสร้างสังคมมีความสำคัญครับและเป็นลักษณะโดมิโน
คือหน่วยของสัมคมที่เล็กที่สุดเป้นตัวกำหนดความเป็นไปของทั้งโครงสร้าง เช่น ครอบครัวเป็นหน่วยที่เล็กที่สุด มีความสำคัญที่สุด แต่ของไทยกลับถูกละเลยที่สุด
ในครอบครัวหนึ่งต้องมีโครงสร้างของการเรียนรู้ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ศิลธรรมครับ
นั่นหมายความว่าผู้นำครอบครัวและสมาชิกต้องเป้นผู้ที่มีความรู้คู่คุณธรรมและนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป้น
ถ้าครอบครัวเข้มแข็ง จะโดมิโนไปสู่สังคมโดยรวมและสามารถไปถึงระดับประเทศและโลกด้วยครับ
ตรงนี้ผมเห้นว่าอินเดียมีสังคมที่เข้มแข็ง ผู้นำคือบิดามีบทบาทมาก ถัดขึ้นมาก้คือพราหมณ์ในชุมชนมีบทบาทต่อจิตใจของคนในครอบครัวและผู้นำชุมชนก็จะเป็นตัวเล้นที่เสริมตรงนี้ไปอีกที
การกำหนดหน่วยทางสังคมจึงต้องชัดเจน ไม่ใหญ่เกินไปครับและมีองค์ประกอบของทุกส่วนครบ เช่นเมื่อครั้งที่ผมไอยุ่ที่เจนีวา พบว่าแต่ละเขตการปกครองท่องถิ่นของเขามีขนาดพอเหมาะ ไม่ใหญ่เกินไป ผังเขตถูกจัดไว้อย่างดี มีโรงเรียน มีโบสถ์ มีพิพิธภัณฑ์ มีร้านค้าโชว์ห่วย มีสวนสาธารณะ ทุกอย่างเป็นขนาดกำลังพอดี ที่ว่าในวันหยุเ คนในเขตจะสามารถไปรวมกันที่โบสถ์เพื่อสร้างความสัมพันธ์กันได้
พอนึกถึงเมืองไทย พบว่าเขตใหญ่เกินไป ไมมีศูนยรวมที่เหมาะสมครับ
นี่เรื่องเดียวนะครับ
สงสัยจะยาวเกินไป เอาไว้ต่อช่วงสายๆ ครับ
ด้วยความเคารพ