เช้านี้ วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ผมหาความรู้ ทาง internet และค้นหาอ่านบทความ “บทเรียนจากความจริง กับ ศ.ดร.จีระ” ซึ่งสัปดาห์นี้อาจารย์ใช้ชื่อเรื่องว่า โลกาภิวัตน์ยั่งยืนต้องเศรษฐกิจพอเพียงในบทความนี้ ศ.ดร. จีระเขียนได้เล่าเรื่องสำคัญที่ท่านได้ทำประโยชน์แก่สังคมไว้อย่างน่าสนใจเช่นกันผมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม โดยใช้ข้อความข้างล่างนี้แถบสีน้ำเงินคือข้อความที่ผมคัดลอกมาบางส่วนจากบทความที่อาจารย์เขียนส่วนสีดำเป็นความเห็นของผมซึ่งมีดังนี้ ครับ
”ช่วงรัฐบาลของไทยรักไทย 4 -5 ปี พวกเราที่มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศพยายามทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงในประเทศ สำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ข้าราชการและธุรกิจ ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ และอาจจะมองแบบขัดแย้งด้วย จนถึงวันนี้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีเอาจริง และได้ดำเนินนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม ผมดีใจเพราะสนใจเรื่องนี้มานาน ได้ทำงานเรื่องนี้มาตลอด 5 ปี น่าจะเป็นประโยชน์มาก จะทำให้เราซึ่งอยู่ในโลกที่มีการแข่งขันกันอย่างหนัก ได้มีสติและอยู่รอด”
ผมโชคดี หรือที่ท่านพุทธทาสเรียกว่า “มีบุญ” คือมีความสนใจ ใส่ใจและเอาใจใส่ ค้นหาความรู้เรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และพยายามติดตามหาอ่านบทความที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งบทความของ ศ.ดร.จีระ ด้วย ผมได้เรียนรู้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ ศ.ดร.จีระ เขียนในหนังสือพิมพ์ และฟังจากรายการวิทยุ FM. 96.5 ต่อมาเมื่อมาเรียน ป.เอก กับ อาจารย์ ท่านก็ได้สอดแทรกเรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไว้ในวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต ในหลักสูตรปริญญาเอกรัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต และ
เมื่อมีโอกาสติดตามไปฟังอาจารย์บรรยายที่อื่นอีก อาจารย์ก็จะพูถึงเรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่อาจารย์ได้นำแนวคิด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปสอดแทรกในการสอน ป.โท หลักสูตร MBA ที่ลาดกระบังฯ และให้นักศึกษาที่เรียนกับอาจารย์ ได้นำองค์ความรู้ เกี่ยวกับ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ไป เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับแนวคิด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้กับนักเรียนมัธยม ที่จังหวัดกาญจนบุรี
นอกจากนี้ ผมทราบจากข้อความใน Blog จาก Web ของอาจารย์ว่า อาจารย์ได้นำเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปพูดที่ต่างประเทศหลายประเทศ และใช้เป็นยุทธศาสตร์การทูตภาคประชาชน ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
สิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ผมเห็น เรียนรู้ และประทับใจต่อการทำงาน ของ ศ.ดร.จีระ ที่อุทิศตนทำงานด้านการเผยแพร่ความรู้ Learning by doing เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สิ่งที่อาจารย์ทำนั้น เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมาก ผมเองปรารถนาที่จะเห็นรัฐบาลทำจริง ทำต่อเนื่อง ทำอย่างยั่งยืน และทำอย่างทั่วถึง ไม่กระจุกอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯ
ผมขอต้อนรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ด้วยความเคารพที่ ก่อนจะตั้ง สื่อมวลชนได้เชื่อมถึงและคาดการณ์ต่างๆ มากมายกันมากมาย พอตั้งเสร็จ วิพากษ์ทันที
ผมขอต้อนรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ด้วยความเคารพที่ ก่อนจะตั้ง สื่อมวลชนได้เชื่อมถึงและคาดการณ์ต่างๆ มากมายกันมากมาย พอตั้งเสร็จ วิพากษ์ทันที
จุดแข็งของสื่อมวลชน(บรรดานักข่าว นักหนังสือพิมพ์)ในบ้านเรา ทำงานเร็ว เกาะติดสถานการณ์ คิดต่อยอดทำให้ข่าวเป็นที่น่าสนใจกับประชาชนได้อย่างทั่วถึง ทำงานให้ได้ตามเป้าหมาย
แต่สิ่งที่น่าสังเกต คือการนำแนวพระราชบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปใช้เป็นแนวทางในการทำงาน ยังมีน้อย ผมจำได้ว่าพระองค์ท่าน ต้องการให้พวกเราคนไทย จะคิด จะพูด จะทำ อะไรก็ตาม ให้มีความเมตตา ปรารถนาดี ต่อกัน ส่งเสริมความสมานฉันท์สามัคคีของคนในชาติ ความสมดุล ความยั่งยืน แต่ข่าวที่ออกมาเร็วนั้น ยังมีแนวคิดแบบนี้น้อย เกินไป
สื่อมีส่วนช่วยชาติ ได้ด้วยการทำข่าว ที่ส่งเสริมให้ทรัพยากรมนุษย์เกิดทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา ทุนทางจริยธรรม ทุนทางความสุข ที่ยั่งยืน อย่างทั่วถึงทุกคนทุกระดับ ทำงานสอดคล้องต้องกันกับนโยบายบริหารราชการแผ่นดิน เจริญลอยตามฝ่าพระบาทพ่อหลวงของเรา
การกำหนดนโยบายของรัฐบาล โดยนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ต่อทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่ดี ไม่ได้ขัดแย้งกับระบบสากลแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการใช้คำว่ารากแก้ว แทนที่จะเป็นรากหญ้า
การกำหนดนโยบายของรัฐบาล โดยนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ต่อทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่ดี ไม่ได้ขัดแย้งกับระบบสากลแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการใช้คำว่ารากแก้ว แทนที่จะเป็นรากหญ้า
เท่าที่ผมเข้าใจในแนวคิดหลักเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยย่อว่า แนวคิดหลักเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สอนให้เรา คิดเป็น คิดถูก เป็นสุข ยั่งยืน บนความพอดี สอนให้คิดว่าจะทำอะไรก็ตาม ให้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด มีทรัพยากรเพียงพอ ไม่ทำตามแฟชั่นหรือทำตามกระแส
ประการต่อมา ทำอย่างมีการวางแผนที่รอบคอบ มีการประเมินติดตามผล และการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มองปัญหาที่จะเป็นผลกระทบจากการกระทำนั้น ทั้งระยะสั้นระยะยาว
มีแผนการป้องกันปัญหาไว้ เมื่อการทำตามแผนที่วางไว้ มีปัญหา ก็มีแผนสอง แผนสาม รองรับไว้
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน ให้พร้อมรับ และยินดีต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี ทั้งปัจจุบันและอนาคต
ผมจึงคิดว่า แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกกิจกรรมของการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ใช้ได้ทุกเพศ ทุกวัย ใช้ได้ทั้งภาครัฐและเอกชน ใช้ได้ทั้งโครงการระยะสั้นและระยะยาว ทั้งปัจจุบันและในอนาคต
ที่สำคัญคือทำอย่างไร ที่จะให้คนที่เป็นหัวใจ คนที่จะไปสอนเรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เข้าใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง ก่อนที่หลักสูตรจะคลอดออกมาแล้วนำไปสอน เอกสารการสอน เอกสารการเผยแพร่ความรู้ ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก็ควรจัดทำให้เหมาะสมกับวัย ระดับความรู้ของผู้สอนและผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วม และทำโครงการเสนอ โดยใช้แนวคิด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นกรอบแนวความคิด การเรียนการสอนในหลักสูตร ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ควรให้มีทุกระดับ โดยเฉพาะในระดับที่กำลังจะออกมาช่วยพัฒนาประเทศชาติ ควรต้องรีบทำ
มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการสร้างชุมชนการเรียนรู้ในต่างจังหวัดหลายครั้ง เช่นโครงการ "การสร้างชุมชนเข้มแข็งและชุมชนต้นแบบตามแนวพระราชดำรัส"ที่จังหวัดสมุทรสงคราม และได้ทำต่อเนื่องหลายครั้ง โครงการที่สร้างชุมชนเข้มแข็ง พบว่า ต้องสร้างความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องโลกาภิวัตน์ เพื่อให้คนในชุมชนรู้ความเป็นไปของโลก และใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการรับมือโลกาภิวัตน์ เพราะเมื่อชุมชนจะได้เข้มแข็งแล้ว อนาคตข้างหน้าไม่ว่าจะส่งออกหรือจะนำเศรษฐกิจให้ก้าวไปสู่สากล เราก็สามารถทำได้
ประโยคนี้ ทำให้ผมคิดถึงครูในชนบท ในชุมชนที่ห่างไกลความเจริญ น่าสงสารที่ทั้งความรู้ อุปกรณ์การสอน การได้รับการสนับสนุน ในการสอนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีไม่เพียงพอ ที่จะทำให้เด็กไทย คิดและเข้าใจได้ดีเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
กำนันผู้ใหญ่บ้าน อบต. ผู้นำท้องถิ่น และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยังไม่สามารถ ช่วยปลูกฝัง ความรู้ ทัศนคติ ค่านิยม พฤติกรรม เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้เกิดขึ้นแก่ชุมชนได้ลึกซึ้งไปถึงรากแก้ว
ขอฝากรัฐบาลจากชุดนี้ไป ถ้าท่านจะใช้ใครให้ทำ ให้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปยังกลุ่มเป้าหมายใด ด้วยรูปแบบใด กรุณาฉลาดที่จะเลือกทรัพยากรมนุษย์ที่รู้และเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เข้าไปช่วย
ผมว่าคนที่จะเข้าไปช่วยชาติ ช่วยรัฐบาลทำในเรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยังมีไม่พอ รัฐบาลที่ผ่านมาก็ไม่รู้จักแสวงหาคนดีมีฝีมือที่มีอุดมการณ์ เข้ามาช่วย การจะให้คนดี มีฝีมือเหล่านี้มาช่วย ก็ต้องมียุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาดเช่นกัน มิฉะนั้นแล้ว ต่อให้รัฐมีความมุ่งมั่นตั้งใจ อย่างไร ก็คงเห็นความสำเร็จได้ยาก ครับ
โดยสรุป รัฐบาลจะต้องเร่งอธิบายให้สังคมโลกรู้อย่างแท้จริงว่า เศรษฐกิจพอเพียง ทำให้โลกาภิวัตน์ยิ่งจะมีประโยชน์ต่อส่วนรวม และปัจจุบันประเทศไทยต้องอยู่ในโลกโลกาภิวัตน์อยู่แล้ว แต่คำถามก็คือ อยู่อย่างไร เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่ทำให้เราอยู่รอด เพราะคนไทยต้องหาความรู้ มีเหตุมีผล พอประมาณครับ
เรื่องการกู้ชื่อเสียงประเทศชาติในสายตาคนต่างชาติ ตรงนี้ การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงออกไปเผยแพร่ กับต่างชาติด้วยยุทธวิธีหลากหลาย ควรเร่งทำ รัฐควรใช้ ทุนทาง IT เข้ามาช่วย และใช้ทุนมนุษย์ ทรัพยากรมนุษย์ทั้งในระบบและนอกระบบ เข้ามาช่วย ครับ
ศ.ดร.จีระ ยังมีรายการโทรทัศน์ ”สู่ศตวรรษใหม่” ทาง ช่อง 11 ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน เวลา 14.00-15.00 น. และออกอากาศอีกทีทาง UBC 7 ทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนเวลา 14.00-15.00 น. และรายการคิดเป็นก้าวเป็นกับดร.จีระ ทาง UBC 7 อาทิตย์ที่ 1,3 และ 5 ของเดือนเวลา 13.00-13.50 น. นอกจากนั้นยังมีรายการวิทยุ knowledge for people วันพุธ เวลา 19.30 - 20.30 น. ทางสถานีวิทยุ อสมท. F.M. 96.5 MHz Hz คอลัมน์ “บทเรียนจากความจริงกับดร.จีระ” ของหนังสือพิมพ์แนวหน้าทุกวันเสาร์หน้า 5 หรือทาง http://www.chiraacademy.com/ เชิญท่านติดตามศึกษาหาความรู้ จากผลงานของ ศ.ดร.จีระ และร่วมกันแสดงความคิดเห็น สะสมสร้างทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา และทุนทางสังคม ใน Blog นี้ ครับ
ขอความสวัสดีจงมีแด่ท่านผู้อ่านทุกท่าน
|
ยม
นักศึกษาปริญญาเอก
รัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎบัณฑิต
สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ และท่านผู้อ่านทุกท่าน