ผมขอขอบคุณมากครับที่ให้ข้อมูล ซึ่งผมจะส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เขตพื้นที่ดำเนินการต่อไปครับ
ข้อมูลอ้าอิง
จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)กำหนดให้เก้าอี้ไฟฟ้าเป็นเครื่องหรืออุปกรณ์ที่ให้ผลในการบำบัดด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตย์ (Static current)ดูที่ http://www.fda.moph.go.th/fda-net/html/product/doctor/equip.htm ซึ่งเก้าอี้ไฟฟ้าทางภาครัฐโดยกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้รับรองเรื่องของการรักษาบำบัดโรคใดๆ แต่ให้แจ้งสรรพคุณของเครื่องเพียงเพิ่มการไฟลเวียนของเลือด และ/หรือบรรเทาอาการปวด เท่านั้น โดยการโฆษณาต้องได้รับการอนุญาตเนื้อหาและ/หรือ รูปภาพ ที่จะสื่อสารเผยแพร่ก่อน และต้องโฆษณาตามเนื้อหาและ/หรือ รูปภาพ ตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
ข้อคิดเห็น
เพื่อนร่วมงานให้ข้อมูลว่า สินค้าเหล่านี้เป็นของนอก ราคาสินค้าแพงมากหลักแสน แต่มาจ้างคนไทยเพียงค่าจ้าง(อาจจะ)ไม่ถึงหมื่น เงินที่ได้ออกนอกประเทศไปมากมาย อย่างเช่น ที่ จ.อุดรธานี มีบริษัทหนึ่งขายสินค้านี้ในราคา 100,000 บาท จำนวน 35 เครื่อง (เป็นเงินรวม 3,500,000 บาท) ในเวลา 3 เดือน ซึ่งจ้างพนักงานประมาณ 2-3 คน ๆ ละ 10,000 บาท ต่อเดือน (เป็นเงินรายจ่ายเฉพาะพนักงาน = 3 คน x 10,000 x 3 เดือน = 90,000 บาท) คิดง่าย ๆ 3 เดือน ประเทศไทยต้องเสียดุลทางการค้าเฉพาะรายนี้ประมาณ 2,000,000 บาทต่อศูนย์บริการ 1 จังหวัด และถ้าบริษัทเหล่านี้เปิดบริการและจุดประสงค์เพื่อขายเครื่องในแต่ละจังหวัด 3 เดือน ฉะนั้นใน 1 ปี ประเทศไทยสูญเสียเงินให้ต่างชาติเหล่านี้มากถึง 12,000,000 บาท ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ชาติไทยถูกดูดเลือดไปทีละนิดทีละน้อยหากเทียบกับมูลค่าการค้าขายกับต่างชาติ
ส่วนเรื่องของพนักงาน นอกจากไม่ให้ค่าคอมจากการขายสินค้า พนักงานเหล่านี้สุ่มเสี่ยงต่อกฎหมาย ซึ่งก็น่าเห็นใจ เนื่องจากบริษัทก็จะมีทางเลี่ยงว่าไม่ได้เป็นคนบอกให้พนักงานกล่าวอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เป็นการกระทำของพนักงานกันเอง (ซวย) นั้นคือคนไทยทะเลาะกันเอง
และยิ่งผู้เคยใช้บริการบางรายหัวใสหัวการค้า แต่ขาดการศึกษาข้อกฎหมาย ซื้อสินค้าไปเปิดบริการเช่นกันและเรียกเก็บค่าบริการ ก็เสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายสถานพยาบาลอีกด้วย
ข้อเตือน
โรคบางโรคไม่ใช้ หรือบางโรคใช้ก็หาย โรคหลายโรคใช้ก็ไม่หายก็มีถมไป และมีบางโรคใช้แล้วกำเริบก็มี (สินค้าเหล่านี้ อย.จะให้บริษัทระบุคำเตือนหรือข้อห้ามใช้ในโรคบางโรค) ไม่มีอะไรที่วิเศษ จึงอยากฝากเตือนสติไว้บ้าง อยากให้คนไทยศึกษาสิทธิตนเอง เช่น การรู้จักอ่านฉลากทำความเข้าใจกับฉลากสินค้าให้มาก ๆ
ข้อเสนอแนะ
อยากเห็นคนไทยตื่นตัวในการปกป้องสิทธิพื้นฐานของสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นพลังบริสุทธิอันยิ่งใหญ่