คงต้องคิดไปสองกระแสไปพร้อม ๆ กัน
กระแสแรก ทำอย่างไรจะป้องกันผลที่จะมากระทบจากหายนะภัย
ตรงนี้ต้องปรับความเคยชิน อย่างเช่น เปลี่ยนจากทัศนคติของการช่วยเหลือแบบ “ช่วยหามคนตาย” ไปเป็น “ช่วยสอนให้หนีทันเพื่อรอดตาย” นั่นคือ ทำให้คนมองออกว่ามีมาตรการระดับต่าง ๆ อะไรที่จะผ่อนหนักเป็นเบาเพื่อรับมือ เช่น ปรับทัศนคติเรื่องการจัดการความเสี่ยง การเรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ เลียนแบบการจัดการปัญหาสุขภาพระดับชาติ ที่เปลี่ยนทัศนคติจาก “ป่วยค่อยหาหมอ” เป็น “ทำตัวอย่างไรไม่ต้องหาหมอ”
กระแสที่สอง ทำอย่างไรจะลดปัจจัยสาเหตุ
ซึ่งก็ต้องพูดต้องคุยกันเยอะว่ามีอะไรเป็นสาเหตุกันแน่ (ทำไมเกิดพายุ-น้ำท่วม-น้ำทะเลสูงขึ้น) เพราะตรงนี้ทฤษฎีมันไม่ฟันธงเท่าไหร่ (แต่ผลรุนแรงแบบฟันธงอ่ะนะ)
และมีทางหนีทีไล่ในการแก้ปัจจัยสาเหตุอะไรบ้าง (เช่น ทางเลือกเรื่องพลังงาน การจัดการระบบนิเวศ ระบบผังพื้นที่ที่ลดภัยได้ ฯลฯ)
ทำได้แค่ไหนก็ทำแค่นั้น อย่าแบกโลก แต่ก็อย่าฝันหวาน
อย่างน้อยไม่ให้ตัวเองเป็นภาระคนอื่นได้ ก็ถือว่าช่วยสำเร็จไปแล้วหนึ่งรายแหละครับ