ความเห็น 8352

นโยบายสาธารณะ ( Public Policy )

Mr_jod
IP: xxx.139.223.18
เขียนเมื่อ 
1.  กลั่นกรองกฎหมาย
                รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.  2540  และข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา  พ.ศ.  2541  กำหนดให้วุฒิสภามีอำนาจพิจารณากลั่นกรองกฎหมายได้ตามหลักเกณฑ์  วิธีการดังนี้ 
                1.1  กำหนดเวลาพิจารณา  วุฒิสภาต้องพิจารณากลั่กรองร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด  หากไม่แล้วเสร็จให้ถือว่าวุฒิสภาให้ความเห็นชอบในร่างกฎหมายนั้น  มีผลให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาในพระราชกิจจานุเบกษา  มีผลบังคับใช้ได้ต่อไป  ระยะเวลาที่วุฒิสภาต้องพิจารณาร่างกฎหมาย  แบ่งแยกตามประเภทของกฎหมายดังนี้
1.1.1           ร่างกฎหมายทั่วไป  วุฒิสภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา  60  วัน
1.1.2           ร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน  วุฒิสภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา  30  วัน
1.1.3           ร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ  งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม  และการโอนงบประมาณรายจ่าย  วุฒิสภาต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา  20  วัน
หมายเหตุ ( 1 ) วุฒิสภาสามารถลงมติให้ขยายเวลาพิจารณาออกไปเป็นกรณีพิเศษได้  แต่
          ต้องไม่เกิน  30  วัน
  ( 2 )  วัน  หมายถึงวันในสมัยประชุม
                1.2  ขั้นตอนการพิจารณา  การพิจารณาร่างกฎหมายของวุฒิสภา  ต้องพิจารณาตามลำดับขั้นตอนคือ
1.2.1           วาระที่  1  ขั้นรับหลักการ  วุฒิสภาพิจารณาว่าเห็นชอบด้วยกับหลักการร่างกฎหมายหรือไม่  ซึ่งวุฒิสภาอาจมอบหมายให้คณะกรรมาธิการพิจารณาในขั้นรับหลักการก็ได้
1.2.2           วาระที่  2  ขั้นพิจารณาเรียงลำดับมาตรา  โดยปกติให้พิจารณาโดยคณะกรรมาธิการสามัญหรือวิสามัญที่วุฒิสภาตั้งขึ้น  การพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการเต็มสภาจะทำได้ก็ต่อเมื่อคณะรัฐมนตรีร้องขอ  หรือสมาชิกเสนอญัตติโดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า  20  คนและที่ประชุมวุฒิสภาอนุมัติ
1.2.3           วาระที่  3   ขั้นลงมติเห็นชอบ 
-          ถ้าเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร  ให้วุฒิสภาดำเนินการยื่นเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายต่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย  และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
-          ถ้าไม่เห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร  ให้ยับยั้งไว้ก่อนและส่งกลับคืนสภาผู้แทนราษฎร
-          ถ้าแก้ไขเพิ่มเติม  ให้ส่งร่างกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อดำเนินการต่อไป
1.3        ผลการพิจารณา  การพิจารณาร่างกฎหมายของวุฒิสภามีผลเป็น  3  กรณี  คือ
1.3.1           เห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร
1.3.2           ไม่เห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ( ยับยั้ง )
1.3.3           เห็นควรแก้ไขเพิ่มเติม
2.  พิจารณาอนุมัติพระราชกำหนด

                2.1  การพิจารณาและอนุมัติ  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.  2540  กำหนดหลักเกณฑ์  วิธีการในการการพิจารณาและอนุมัติพระราชกำหนด  คือ  คณะรัฐมนตรีประกาศใช้บังคับพระราชกำหนดแล้วต้องเสนอต่อรัฐสภา  เพื่อให้รัฐสภาอนุมัติพระราชกำหนดฉบับนั้นๆเป็นพระราชบัญญัติมีผลบังคับใช้ต่อไป  แต่ถ้ารัฐสภาไม่อนุมัติพระราชกำหนดฉบับนั้นๆเป็นอันตกไป  เหตุผลที่ให้อำนาจแก่คณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นฝ่ายบริหารมีอำนาจออกพระราชกำหนดใช้บังคับได้นั้นเนื่องจากว่ากรณีฉุกเฉินที่มีเหตุรีบด่วนที่ต้องรักษาความปลอดภัยของประเทศ  ความปลอดภัยของสาธารณะ  ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ  หรือป้องกันภัยพิบัติสาธารณะ  หากให้ออกเป็นพระราชบัญญัติแล้วจะทำให้ล่าช้าไม่ทันการณ์  หรือเป็นการเปิดเผย  จะทำให้เกิดความเสียหายได้  แต่โดยหลักการแบ่งแยกการใช้อำนาจอธิปไตยแล้ว  องค์กรที่มีอำนาจในการออกกฎหมายได้แก่รัฐสภา  ดังนั้นเพื่อเคารพหลักการดังกล่าว  รัฐธรรมนูญจึงกำหนดให้คณะรัฐมนตรี  ต้องนำพระราชกำหนดที่ออกมาบังคับใช้  เสนอให้รัฐสภาพิจารณาอนุมัติ  พิจารณาและอนุมัติพระราชกำหนด  ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา  มีอำนาจพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติ  ดังนี้

2.1.1           สภาผู้แทนราษฎรไม่อนุมัติ  พระราชกำหนดนั้นตกไป  ถ้าอนุมัติส่งต่อวุฒิสภา
2.1.2           วุฒิสภาอนุมัติพระราชกำหนด  มีผลบังคับใช้เป็นพระราชบัญญัติ
2.1.3           วุฒิสภาไม่อนุมัติพระราชกำหนด  ส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร  และถ้าสภาผู้แทนราษฎรลงมติยืนยันด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสภาผู้แทนราษฎร  ให้ถือว่าพระราชกำหนดฉบับนั้น  ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา  มีผลบังคับใช้ต่อไป
2.2        การตรวจสอบเงื่อนไขการตราพระราชกำหนด  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ.  2540  กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5  ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดมีสิทธิเข้าชื่อเสนอความเห็นไปยังประธานวุฒิสภา  เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชกำหนดนั้นตราขึ้นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยของประเทศ  ความปลอดภัยของสาธารณะ  ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศหรือป้องกันภัยพิบัติสาธารณะหรือไม่  ซึ่งการตรวจสอบเงื่อนไขการตราพระราชกำหนดนี้  ต้องตรวจสอบก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาอนุมัติพระราชกำหนด
3.  เสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ  และพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม
4.1    การเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ  รัฐธรรมนูญกำหนดให้สมาชิกวุฒิสภามีอำนาจริเริ่มเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้  แต่ต้องใช้สิทธิร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  จะใช้สิทธิโดยลำพังมิได้
4.2    การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม  รัฐธรรมนูญกำหนดให้วุฒิสภาหรือสมาชิกวุฒิสภามีสิทธิพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมได้เท่าเทียมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบนั้น  ต้องพิจารณาเป็น  3  วาระ  และต้องพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภา
4. เสนอให้ตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย  หรือบังคับการประชุมวุฒิสภา  หรือข้อบังคับการประชุมรัฐสภา
                รัฐธรรมนูญเป็ฯกฎหมายสูงสุดของประเทศ  บทบัญญัติใดของข้อกฎหมาย  กฎ  หรือบังคับ  ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ  บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้    การควบคุม  ตรวจสอบกฎหมายมิให้ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ  แบ่งเป็น  2  กรณี  คือ
4.1    การควบคุมร่างกฎหมายมิให้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ  เป็นการควบคุมเมื่อร่างกฎหมายได้รับความเห็นชอบต่อรัฐสภาแล้ว  ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลลเกล้าฯถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธย  หากสมาชิกรัฐสภาหรือนายกรัฐมนตรีเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนั้นมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ  หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบาบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญสามารถเสนอให้มีการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญได้  ซึ่งรวมถึงร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา  ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือร่างข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา  สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาแล้วแต่กรณี  แต่ยังมิได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาด้วย
4.2    การควบคุมกฎหมายที่ตราออกบังคับใช้แล้ว  มิให้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ  เป็นการควบคุมกฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้วศาลเห็นว่าบทบัญญัติของกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับคดี  ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ  สามารถเสนอให้มีการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญได้
หมายเหตุ  สมาชิกวุฒิสภามีสิทธิเสนอให้ตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญได้เฉพาะร่างกฎหมาย 
ร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา  ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือร่างข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาเท่านั้น  ซึ่งเป็น”ระบบควบคุม”ก่อนที่ร่างกฎหมาย  ร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา  ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือร่างข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาจะมีผลบังคับใช้  สมาชิกวุฒิสภาไม่มีสิทธิเสนอให้ตรวจสอบกฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้ว