สำคัญเท่าเทียมกัน

เริ่มแรกเกิดจากครรภ์ ร่ำเรียนหนังสือ จนเติบใหญ่ มีความรู้ ต้องใช้ สุตมัยปัญญา

เมื่อ สุตมัยปัญญา มีมากขึ้น จินตมัยปัญญา จึงตามมา เมื่อ จินตมัยปัญญา มีมากขึ้น ภาวนามัยปัญญา ก็เกิดขึ้นตามมา

เมื่อเกิด ภาวนามัยปัญญา แล้ว จินตมัยปัญญา ก็เกิดรู้ในสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดจาก ภาวนามัยปัญญา เมื่อเกิดปัญหาที่ จินตมัยปัญญา แก้ไม่ได้ ก็ต้องอาศัย สุตมัยปัญญา ช่วยแก้ไข

ดังนั้น ทั้งสามจึงเป็นองค์ประกอบ สนับสนุน ซึ่งกันและกัน จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้เลย

และ ต่างก็มีความสำคัญเท่าเทียมกัน นำพาไปสู่หนทางแห่งธรรม

ที่อัลเบิรต์ ไอสน์ไตน์ กล่าวนั้น เพราะ ไม่ใช่เป็นชาวพุทธ และ เข้าใจในคำสอนของพุทธศาสนา ต่างไปจากชาวพุทธ แต่ในทางพุทธศาสนาแล้ว เป็นอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ทั้งตนเองคงลืมไปแล้วว่า สูตรต่าง ๆ ที่ตนได้นำมาค้นคว้านั้น มีพื้นฐานมาจาก สุตมัยปัญญา ทั้งสิ้น โดยอาศัย จินตมัยปัญญา เข้ามาพิจารณา จึงหลงคิดไปว่า จินตนาการ หรือ ความคิดฝัน นั้น สำคัญกว่า ความรู้ หากว่าคนเรา ไม่ได้เรียนรู้มาก่อนแล้ว จะนำเอา สิ่งใดมา คิด หรือ ฝัน สรรสร้างสิ่งต่าง ๆ ได้เล่า

พอแค่นี้ก่อน ไม่อยากเขียนมาก เดี๋ยวจะยาว

รักษาสุขภาพให้ดี

สวัสดี