ปิดทางบริษัทฝรั่งสวมหัวไทย! พาณิชย์เพิ่งตื่นแก้ นิยามธุรกิจคน 'ต่างด้าว' [9 ต.ค. 49 - 04:41]หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="780" class="text"> <tbody>| นายยรรยง พวงราช รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ขณะนี้ คณะกรรมการอยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยจะกำหนดนิยามของคำว่า “คนต่างด้าว” ให้ชัดเจนขึ้น โดยต้องพิจารณาการมีอำนาจบริหารจัดการ และการได้รับผลประโยชน์ ตอบแทนด้วย แม้จะมีสัดส่วนการถือหุ้นของคนต่างด้าวไม่เกิน 49% จากปัจจุบันที่พิจารณาแต่สัดส่วนการถือหุ้นที่หากเกิน 51% ก็จะถือว่าเป็นบริษัทต่างด้าว เพราะในบางบริษัท แม้คนต่างด้าวจะถือหุ้นไม่เกิน 49% แต่กลับมีอำนาจบริหารจัดการ และได้รับผลประโยชน์ตอบแทนมากกว่าผู้ถือหุ้นคนไทย แต่บริษัทเหล่านี้กลับถูกระบุว่าเป็นบริษัทไทย ซึ่งไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ ได้เตรียมเสนอ รมว.พาณิชย์คนใหม่ เพื่อเสนอเข้า ครม.ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว นอกจากนี้ อาจเพิ่มมาตรการทางบริหารเข้าไป เพื่อใช้ลงโทษต่างด้าวที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น กรณีคนต่างด้าวไม่นำเงินทุนเข้ามา หรือไม่ถ่ายทอดเทคโนโลยีตามที่กำหนด เพราะหากใช้บทลงโทษทางอาญาอย่างเดียว กว่าจะลงโทษได้อาจใช้เวลานานเกินไป รวมทั้งจะปรับปรุงระยะเวลาการให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสำหรับบริษัทต่างด้าวที่เข้ามารับงานเฉพาะกิจ เช่น การรับสัมปทานจากรัฐ เพราะอาจนำเอาใบอนุญาตนั้นมาเวียนรับงานเรื่อยๆ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการชุดนี้ ยังจะนำข้อเสนอของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มาพิจารณาด้วย โดยข้อเสนอของ ส.อ.ท. มี 3 ลักษณะที่เห็นว่าเป็นช่องว่างคือ 1. การตั้งบริษัทถือหุ้นกันหลายทอด โดยคนต่างด้าวตั้งบริษัทที่ 1 ขึ้นในไทยโดยถือหุ้น 100% แล้วเข้าไปถือหุ้น 100% ในบริษัทที่ 2 แล้วให้บริษัทที่ 2 ถือหุ้น 100% ในบริษัทที่ 3 กรณีนี้ บริษัทที่ 3 จะไม่เป็นคนต่างด้าว ตามคำจำกัดความของกฎหมาย และประกอบธุรกิจควบคุมได้โดยเสรี 2. การควบคุมบริษัท โดยการกำหนดสิทธิ์ในการลงคะแนน หรือสิทธิของผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ์ให้แตกต่างกับสิทธิของผู้ถือหุ้นสามัญ ทำให้คนต่างด้าวไม่ จำเป็นต้องถือหุ้นข้างมากในบริษัท ก็สามารถควบคุมและบริหารงานบริษัทได้ เช่น คนต่างด้าวถือหุ้นสามัญ 49% กำหนด 1 หุ้น เท่ากับ 1 เสียง แต่คนไทยถือหุ้นบุริมสิทธิ์ 51% กำหนดให้ 10 หุ้น เท่ากับ 1 เสียง ทำให้มีสถานะเป็นบริษัทไทย และประกอบธุรกิจต่างๆได้โดยเสรี แต่กลับถูกควบคุมโดยคนต่างด้าว ทั้งที่ถือหุ้นน้อยกว่า 3. การควบคุมบริษัทผ่านกรรมการของบริษัท เพราะกฎหมายไม่กำหนดว่า บริษัทที่มีกรรมการผู้จัดการ หรือกรรมการส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวจะเป็นบริษัทต่างด้าวด้วย ทำให้คนต่างด้าวควบคุมบริษัทที่ประกอบธุรกิจควบคุมได้ นอกจากนี้ ยังมีช่องว่างตามกฎหมายอื่น เช่น การถือหุ้นโดยคนต่างด้าวผ่านตราสาร NVDR ซึ่งเป็นช่องทางการลงทุนที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้ต่างชาติถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียนได้โดยไม่ติดข้อจำกัด. |
</tbody> </table> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="7" width="780"> <tbody> </tbody> </table> function isBlank_Mail(myObj) { if(myObj.value==’’) { return true; } return false; } function verifySubmit_Mail() { var mesg=’กรุณากรอกข้อมูลให้ครบ และ ถูกต้องด้วยนะค่ะ.’ var mesg_eamil=’รูปแบบ E-mail ไม่ถูกต้องค่ะ.’ with(document.myForm) { if(isBlank_Mail(fromemail)) { alert(mesg);fromemail.focus(); return false; } if(isBlank_Mail(toemail)) { alert(mesg);toemail.focus(); return false; } if (!isEmail(fromemail.value)) { alert(mesg_eamil);fromemail.focus(); return false; } if (!isEmail(toemail.value)) { alert(mesg_eamil);toemail.focus(); return false; } } //fnSave(); return true; //document.myForm.submit(); } function isEmail(str) { var supported = 0; if (window.RegExp) { var tempStr = “a”; var tempReg = new RegExp(tempStr); if (tempReg.test(tempStr)) supported = 1; } if (!supported) return (str.indexOf(“.”) > 2) && (str.indexOf(“@”) > 0); var r1 = new RegExp(“(@.*@)|(\.\.)|(@\.)|(^\.)”); var r2 = new RegExp(“^.+\@(\[?)[a-zA-Z0-9\-\.]+\.([a-zA-Z]{2,3}|[0-9]{1,3})(\]?)$”); return (!r1.test(str) && r2.test(str)); } <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr>
<td background="images/broder005.jpg"><img src="http://www.thairath.co.th/images/broder005.jpg" alt="" width="1" loading="lazy"></td> <td width="23"><img src="http://www.thairath.co.th/images/broder002.jpg" alt="" width="23" height="18" loading="lazy"></td>
</tr></tbody></table>