มารายงานตัวช้าไปนิดสส์คะ มาช้ายังดีกว่าไม่มานะคะ

หลังจากค่ายครั้งนี้มีความทรงจำดีๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่สิ่งที่พบเจอและสัมผัสได้คือ

รอยยิ้ม....ของชาวบ้านที่ให้การต้อนรับผู้มาเยือน

เสียงหัวเราะ....ของน้อง ๆ ที่อีกไม่กีปีคาดหวังว่าเค้าคงจะเป็นกำลังสำคัญของที่นี่(หากไม่ถูกกระแสสังคมเมืองซัดมากเกินไป) และ

ความมุ่งมั่น....ของชาวค่ายหลายๆ คน ถูกจุดขึ้นมา (อีกครั้ง )

เคยได้ฟังคำพูดเพ้อเจ้อที่บอกว่า "ภายใต้เลือดและเนื้อ มีความคิด และความคิดกันกระสุน" แรก ๆฟังอาจไม่เข้าใจนัก จนกระทั่งได้ไปสัมผัสกับประสบการณ์จริง

ที่ถูกถ่ายทอดและบอกเล่าจากกลุ่มคนที่เป็นเงาของความคิดของ ผู้ที่จากไป...(พีโจ)

ตอนนี้ความคิดของพี่โจกันกระสุนมา เกือบ 8 ปีแล้ว

มันยาวนาน พอ ๆ กับที่ชาวบ้านรอคำตอบของคำถามที่ว่า

ความยุติธรรม มันยังคงมีอยู่จริงมั้ย ?

คำถามนี้อาจกระตุกต่อมใครต่อใครหลายๆ คน (รวมถึงหนูด้วย)

ความแข็งแกร่งของชุมชน ที่เกิดจากคนตัวเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง

ลุกขึ้นมาประกาศว่าตัวเองว่า ต่อต้านการสร้างโรงโม่ กระทั่งถึง การสร้างเขื่อน

การยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามรัฐ ใช่ว่าจะอยู่ในฐานะศัตรู

หากแต่เป็นการยืนหยัดเพียงเพื่อรักษา ผืนป่าอันอุดมให้คงอยู่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินให้อยู่ชั่วลูกชั่วหลาน

สิ่งที่ชาวบ้านยืนยันคือ ไม่ต้องการเขื่อน เพราะพอใจแล้วกับการทำนาปีละครั้ง

พอหน้าฝนเข้าป่าหาหน่อไม้ ไม่วัดความร่ำรวยหรือความเจริญตรงที่วัตถุหรือเงินทอง เพียงพอเท่าที่ธรรมชาติจะอำนวย

ซึ่งอาจจะเป็นเหตุผลที่ดีและน่าจะยอมรับความคิดเห็นของคนในชุมชน

อีกฟากหนึ่งของชาวบ้านที่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อน (ซึ่งเราไม่ได้ลงไปสัมภาษณ์) ตรงนี้เค้าอาจจะมีเหตุผลอีกเช่นกัน

แต่การจะทำอะไรที่กระทบกระเทือนคนหมู่มากแล้ว จำต้องเลือก เ ห ตุ ผ ล ที่ ดี ที สุ ด

หากการทำเขื่อน เพียงเพื่อแค่เหตุผลทางเศรษฐกิจ + การท่องเทียว

คุ้มหรือไม่ในระยะยาว ?

ตรงนี้ฝ่ายที่เห็นด้วยอาจตอบได้เป็นตัวเลขทีมีมูลค่าสวยหรู

ส่วนฝ่ายที่เค้าไม่เห็นด้วย คงได้แต่เพียงบอกว่าผืนป่าหมดไปอีกแล้ว 3 พันกว่าไร่

หวังอยู่ลึก ๆ ว่ามันน่าจะมีทางออกที่ดีที่สุด

และหวังอยู่ลึก ๆ (ไม่รู้กี่เมตร 55+)ว่าแสงเทียนครั้งนี้ที่ถูกจุด แก่เพื่อนชาวค่าย

จะไปสว่างไสว ตอบคำถามให้แก่สังคมและร่วมหาทางออกที่ดีทีสุดให้หลาย ๆชุมชนที่กำลังประสบปัญหา

------------------------------------------------------

[email protected]