การไปออกค่ายครั้งนี้ต่างกับค่ายอื่นๆที่เคยได้ประสบพบมา ภายในค่ายทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงออกทางความคิดอย่างเสรีซึ่งถือว่าเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนอย่างหนึงที่เรามองข้าม(จากประสบการที่ไปออกค่ายมา ค่ายอื่นๆจะใช้ระบบอวุโส/ไซโคซะส่วนใหญ่)ซึ่งคณาจารย์ทุกท่านได้ให้การดูแลนิสิตในค่ายเป็นอย่างดี ยอมเสียสละเพื่อความสบายของนิสิต(เสียสละห้องน้ำ) ขอบคุณมากๆค่ะ(น้ำหนักขึ้นมาโลครึ่ง..สุดยอด)
จากข้อมูลที่ได้จากการออกค่าย เข้าใจได้ว่าชาวบ้านชมพูมีความเข้าใจในสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายแล้ว ทำให้เกิดแรงบรรดาลใจ(อีกครั้ง มันมาเป็นพักๆแล้วก็ไป)อยากให้ชาวตามหมู่บ้านต่างๆที่ห่างออกไปอีกมีความเข้าใจในข้อกฎหมาย เพื่อที่จะเป็นเกราะป้องกันภัย(ต้องใช้คำนี้เท่านั้น)จากกิเลสของบุคคลจำพวกทาสของวัตถุซึ่งถึงแม้ว่ามีการเลิกทาสไปแล้วแล้วก็ไม่ทำให้เผ่าพันธุ์นี้หมดไป(สงสัยเผ่าพันธุ์นิยมสูง)
การไปออกค่ายครั้งนี้ยังมีข้อข้องใจอยู่หลายประการ เพราะข้อมูลต่างๆที่ได้รับนั้นมาจากบุคคลเพียงฝ่ายเดียว(กลุ่มไม่อาจให้สรุปได้ว่าเหตผลของฝ่ายใดมีน้ำหนักมากกว่ากัน อยากหาคำตอบยิ่งหนักแต่ช่วงนี้การมาของเทศกาลการสอบช่างทำให้เวลาเหลือน้อยเต็มที จึงต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อน(แหะ แหะ)
อย่างไรเสียการหาคำตอบก็ยังคงมีต่อไป(คิดว่านะ)ถ้าหากว่าทางคณาจารย์กรุณา หลังสอบแล้ว น่าจะมีการออกค่ายยอ่างต่อเนื่องเพื่อการศึกษาที่ไม่ขาดตอน ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นที่เดิม คนที่เขามีปัญหายิ่งกว่านี้ก็มีมากมาย จากข้อมูลที่ได้รับมาจากค่ายที่แล้วมีความเห็นว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์มากกว่าพัฒนา
ขอขอบพระคุณคณาจารย์ทุกท่านนะค่ะที่ให้โอกาศในการเรียนรู้ครั้งนี้ หากมีการเยนใบสมัครคร้งต่อไป จะไม่เขียนด้วยความประมาทเลิ่นเล่ออย่าสงเด็ดขาด