ครูอ้อยคะ

ไปลาว (หลวงพระบางมา 4 วัน กลับมาเมื่อ 1 ตค. 49) นี่เอง  อาหารของลาวก็อร่อยใช้ได้ ที่ยืนพื้นทุกมื้อคือส้มตำ  (อร่อยจริง ๆ)

มื้อแรกที่ถึงลาว เราทานอาหารเรียบร้อยแล้ว ก็รออยู่ว่าจะมีผลไม้อะไรมา ก็รอ.....และถามทางร้านว่ามีผลไม้หรือเปล่า เค้าบอกว่ามี  ....รอเดี๋ยว.....พร้อมกับถือมีดไปในครัว พวกเราคิดในใจว่า....คงได้ทานสาลี่ ไม่อย่างนั้นก็แอ๊ปเปิ้ลแน่ (เพราะนำเข้าจากจีน ได้)...

.....พอเห็นผลไม้ที่เสริฟ....คือ กล้วยน้ำว้า ตัดหัว ตัดปลาย ให้แกะได้ง่าย....(หัวเราะ.......อืม....และก็กินง่ายเหมือนชื่อกล้วยจริง ๆ ......)

มื้อที่สองก็ทานอาหารอย่างปกติ พวกวเราก็รอดูกันว่าผลไม้จะเป็นอะไร  แล้วก็จริง ๆ เป็นกล้วยน้ำว้าและกล้วยไข่

 มื้อที่สาม....เปลี่ยนไป....เราเห็นแล้ว.......สีออกเหลืองทอง สวยมาก  แคนตาลู๊ปแน่ ๆ .......แป่ว........กล้วยเหมือนกัน...แต่เป็นมะกล้วยเต้ด..ภาษาเหนือ...ก็คือมะละกอ....นั่นเอง  (แต่สุก)...แต่ก็เสริฟพร้อมกับกล้วยน้ำว้า

มื้อที่สี่......เป็นกล้วย.....แต่เป็นกล้อยหอม....เอามาทอด....รสชาดเหมือนกล้วยน้ำว้าสุกมาก ๆ ๆ แล้วปิ้ง......หอมมมมมมมมมมมมมมมม......

ไม้ต้องถามอีก 2 มื้อที่เหลือจะเป็นอะไร.......

พวกเราบอกว่ากลับมาเชียงใหม่ (บ้านเรา) ครั้งนี้ อาหารประจำบ้านเราคงเป็นกล้วยน้ำว้าแน่ ๆ

พูดแล้วทำให้นึกถึงอดีต ที่บ้านขายกล้วยปิ้ง (สมัยเด็ก ๆ ....เด็กจริง ๆ.....)ต้องตื่นเช้ามาแกะกล้วย 7 - 8 ตระกร้า เพื่อให้แม่ขาย....(สมัยนั้น 8 ลูก 1 บาท ????สมัยนี้ 6 - 8 ลูก 10 บาท...เชียงใหม่) เอ.....แล้วคนเขียนนี่จะเอายุเท่าไรเนี่ย....... แล้วถ้าเวลากล้วยที่สุกมาก ๆ ปิ้งไม่ทัน เราก็ต้องแกะแล้วเอาไปทำกล้วยตาก 

กรรมวิธีมีดังนี้  แกะกล้วยแล้วตากบนตะแกรงไม้ไผ่  ได้ 1 แดด ก็ไปกลับด้าน  อีก 1 แดด กลับด้าน  2 แดด(วัน) แล้วเอามาหนีบให้แบน (พอประมาณ) แล้วเอาไปตากต่อได้ 1 แดดก็กลับด้าน  อีก 1 แดด พอสีเป็นสีเหลืองน้ำผึ้งสวยก็เก็บมาใส่ถุง 8 ลูก 1 บาท  เอาไปขายโรงเรียนด้วย สนุกสนานได้เงินกลับบ้านหักให้แม่ 10 ละ 2 บาท......55.....

ครูอ้อยเปิดประเด็นให้นึกถึงความหลัง...ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ