ธนาคารชาติมีอิสระอย่างไร
ดิฉัน นางสร้อยสุคนธ์ นิยมวานิช นักศึกษาปริญญาเอก รุ่นที่ 2 มหาวิทยาลัยสวนสุนันทา สาขานวตกรรมการจัดการ ขณะนี้เป็นพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเงินฝากและตราสารหนี้ ปฏิบัติงานที่ ธปท.ตั้งแต่ปี 2512 เป็นเวลารวม 39 ปี การศึกษาปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ และนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท การบริหารจัดการภาครัฐและเอกชนจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)
จากบทความใน Blog ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ หัวข้อ “บทเรียนจากความจริง” เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2551 ในส่วนที่กล่าวถึง ที่น่าปลื้มปิติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นที่รักของเรา ได้ทรงมีพระราชดำรัส ต่อคณะผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย นำโดย ดร.ธาริษา วัฒนเกส เรื่อง บทบาทของธนาคารชาติ เช่น
- รักษาวินัยทางการเงิน อย่าใช้เกินตัว (เศรษฐกิจพอเพียง)
- รักษาความเป็นอิสระไว้ให้นานที่สุด
ต่อมาวันที่ 30 สิงหาคม 2551 คุณสุทธิศักดิ์ Blog Buddy ขอให้มีรายละเอียด “ธนาคารชาติมีอิสระแปลว่าอะไร”
ก่อนอื่นขอเรียนเสนอบทบาทและหน้าที่หลักของ ธปท. ในฐานะธนาคารกลางตาม พรบ.ธปท. พ.ศ.2485 กำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลนโยบายการเงิน ความมีเสถียรภาพทางการเงิน เสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน และระบบการชำระเงิน โดยต้องคำนึงถึงการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วย และความมั่นคงในการบริหารจัดการ ทุนสำรองเงินตรา ตามกฎหมาย ว่าด้วยเงินตราและทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งล้วนเป็นภารกิจที่มีวัตถุประสงค์หลักส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคมไทย นัยสำคัญของกฎหมายดังกล่าวสรุปได้ดังนี้
1) เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์และสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจของการเงินของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงกำหนดให้มีคณะกรรมการชุดต่าง ๆทำหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ
2) เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของธนาคารและการบริหารงานมีความโปร่งใส จึงกำหนดให้ผู้ว่าการมีความเป็นอิสระ ในการบริหารจัดการและกำหนดการมีส่วนได้เสีย ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไว้ด้วย
3) ในการแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อส่วนรวม ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และบริหารจัดการสินทรัพย์ของ ธปท.ด้วย
4) เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพและคล่องตัว ให้เพิ่มประเภทเงินสำรอง มีระบบการบัญชี การตรวจสอบและการรายงานที่เหมาะสม
5) เพื่อให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินยุติบทบาท เมื่อมีกฎหมายว่าด้วย พรบ.คุ้มครองเงินฝากใช้บังคับแล้ว
ความว่า “ธนาคารชาติมีอิสระ” จึงเด่นชัดเป็นลายลักษณ์อักษรในกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 อันหมายถึง ผู้ว่าการ ตามมาตรา 28/16
“ในการปฏิบัติหน้าที่ให้ผู้ว่าการมีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการกิจการ ธปท.” ตามกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดให้ผู้ว่าการดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการทุกชุดยกเว้นคณะกรรมการ ธปท. ดำรงตำแหน่งรองประธาน และตามมาตรา 7 กำหนดวัตถุประสงค์ในการดำเนินภารกิจอันพึง เป็นงานของธนาคารกลางที่ต้องคำนึงถึงการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วย
ดังนั้น ความมีอิสระนั้นมีกรอบการบริหารจัดการ ดังนี้
1) เสถียรภาพทางการเงิน
2) เสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินและระบบการชำระเงิน
3) กิจการที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามมาตรา 8 และกิจการที่ห้ามกระทำตาม มาตรา 9
4) ข้อจำกัดบางเรื่องต้องขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
การคลัง อาทิเช่น เพิ่มหรือลดทุนของ ธปท. เงินสำรองประเภทอื่น ๆ เป้าหมายนโยบายการเงิน เป็นต้น
ความเห็นส่วนตัว
ตัวอย่างบุคคลที่เด่นชัดในความเป็นอิสระเมื่อดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท. ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ เป็น Talent People และเป็น Visionary Leadership ของ ธปท.ที่ชัดเจน จึงยังเป็น Role Model ของการเป็นผู้ว่าการ ธปท.ที่มีความเป็นอิสระ และเป็นตัวอย่างการประพฤติปฏิบัติตนที่พนักงาน ธปท .ยึดถือเป็น Best Practise ในการปฏิบัติหน้าที่การงานจนถึงปัจจุบันนี้
ความเป็นอิสระภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด ได้แบบอย่างของ ดร.ป๋วย ที่ถือเป็นทุนแห่งความยั่งยืน ที่ส่งทอดเป็นทุนมรดกในการทำหน้าที่เป็นธนาคารกลาง หมายถึง ใช้นโยบายระยะสั้น ที่ไม่มีผลทำลายต่อความเจริญก้าวหน้าในระยะยาว ผลกระทบของการบริหารจัดการใด ๆ นำไปสู่ระดับประชาชนรากหญ้า ควรจะได้รับการกำกับดูแล พึงให้ความจนกระจุกตัว แต่ความอยู่ดีกินดีกระจายตัวด้วยนโยบายการเงินที่มีเสถียรภาพ ประชาชนระดับรากหญ้าเป็นผู้มีอำนาจทางการเงินต่ำแต่จำนวนประชากรมาก สามารถดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ เขาเหล่านั้นเป็นทุนมนุษย์ เป็นทรัพย์สินที่มีค่ายิ่งของแผ่นดิน
นอกจากนี้ทุนด้านจริยธรรมในการบริหารจัดการด้วยอำนาจอิสระนี้ ถือได้ว่ากฎหมายดังกล่าวให้เกียรติ และยกย่องสถาบันธนาคารแห่งประเทศไทยให้เป็นเสาหลัก จึงให้มีความอิสระที่พึงให้การดูแล และคำนึงถึงการอยู่ดีกินดีของประชาชนในวงกว้างนั้นควรได้รับความเป็นธรรมด้วยเช่นกัน ไม่ถูกเบียดเบียน คดโกง โปร่งใส เป็นนโยบายที่สามารถรองรับการค้า การพาณิชย์ ที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของยุคศตวรรษที่ 21 หรือโลกไร้พรมแดน คุณภาพชีวิตของคนไทยควรเจริญก้าวหน้า ทัดเทียมกับชาติที่เจริญทั้งคุณธรรม วัฒนธรรม คุณภาพ Technology ที่เหมาะสม และความมั่งคั่งทางทุนจริยธรรม ทำความดีทั้งในที่ลับ และที่แจ้ง จะนำไปสู่ความเฟื่องฟูที่ยั่งยืนของเศรษฐกิจ และสังคมไทย รูปธรรมของความเชื่อ และความศรัทธาของประชาชนต่อ ธปท. จะเด่นชัดโดยนโยบายก้าวหน้าขับเคลื่อนความอยู่ดีกินดี มีความสุขพอประมาณไปสู่ประชาชนระดับรากหญ้าด้วย รูปธรรมของความเป็นอิสระหรือไม่อิสระของธนาคารชาติ จึงอาจวัดได้จากสายตาของประชาชนเมื่อได้รับผลกระทบของนโยบายต่าง ๆ ทำให้สังคมส่วนรวมได้รับความเป็นธรรมที่มีคุณธรรม และจริยธรรม ส่งเสริม และสร้างสรรค์ให้ประชาชนเจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยะประเทศในยุค Globalization
พระราชดำรัสของพระองค์ท่านในวันนั้น ย้อนให้คำนึงถึงความเชื่อ และศรัทธาต้องมาจากการสั่งสมบารมีความดีที่เป็นประจักษ์ชัดเจน และยอมรับนับถือในพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปกป้องคุ้มครองประชาชนทั่วทุกทิศานุทิศ เป็นแบบอย่างของ Social Capital และ Net Working พระองค์ให้แบบอย่าง และให้เครื่องมือเลี้ยงชีวิตโดยพึ่งตนเอง มีวินัยทางการเงิน ประหยัดแบบเศรษฐกิจพอเพียง และสร้างสังคมให้รู้จักกัน ทำงานเป็นทีม ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ่ายทอดความรู้ วิทยาการทั้งเทคโนโลยีและภูมิปัญญาไทย ควบคู่กับการอยู่อย่างไทย กินอย่างไทย ใช้อย่างไทย มีความสุขได้ทั้งกาย และใจอย่างไทย ๆ