ตอนนี้ผมมีมุมมองหนึ่งที่อยากแชร์กันเกี่ยวกับงานก่อสร้างรูปแบบหน้าตาทั้งด้านในและด้านนอกของสถานที่สาธารณะเช่นโรงพยาบาลรัฐ โรงเรียนรัฐ หอสมุดรัฐ สำนักงานต่างๆ ของรัฐ ทำไมเราต้องไปออกแบบให้ตัวอาคารให้มีความวิจิตรสวยงาม ให้ภายในดูโอ่อ่า สวยหรู ทั้งที่งบประมาณเดียวกันนี้เราก็สามารถสร้างตัวอาคารแบบธรรมดา ภายในเน้นการใช้สอยอย่างจริงๆ และเรายังสามารถนำเงินที่เหลือมาซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับสถานที่นั้นๆ เช่น โรงพยาบาลก็นำงบที่เหลือไปสร้างอุปกรณ์การช่วยเหลือชีวิตคน ผมว่านำไปสร้างเครื่องไม้เครื่องมือสุดไฮเทคที่สามารถช่วยเหลือชีวิตคนได้อย่างจริงๆจังๆ ยังจะดีกว่า

ในความคิดผมอาคารของโรงพยาบาลต้องการแค่

1. ความโล่งของตัวอาคาร เพื่อที่จะถ่ายเทอากาศอันแสนสกปรกภายในโรงพยาบาลออกไปให้เร็วที่สุด

2. สวนและต้นไม้เยอะๆ เพื่อที่จะสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดูแลสดชื่นให้กับคนไข้และญาติๆ และต้นไม้ยังช่วยสร้างอ๊อกซิเจน และทำลายคาร์บอนด์อีกด้วย

3. ห้องพักผู้ป่วยต่างๆให้มีเยอะๆ เล็กหน่อยไม่เป็นไร ขอให้มีเตียงผู้ป่วยที่สามารถรองรับผู้ป่วยที่สัมพันธ์กับคณะแพทย์ที่มีอยู่

4. อุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ วินิจฉัยโรคต่างๆ ต้องมีให้เต็มที่เพื่อการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องแม่นยำ และรักษาชีวิตผู้ป่วยได้โดยเร็วที่สุด

5. ความสะอาดของโรงพยาบาล อย่างที่คุณหมอเคยบอกไว้ โรงพยาบาลคือสถานที่ที่สกปรกที่สุด ดังนั้นเราควระทำโรงพยาบาลสีเขียวให้ได้

ก็คงแค่ 5 ข้อหลักๆ ส่วนหน้าตานั้นชั่งมันเถอะ แต่นี้ผู้บริหารกลับมองว่าต้องสวยเด่นเป็นสง่า แล้วก็ไม่สามารถควบคุมงานได้เต็มที่ อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญก็คือปล่อยทุกอย่างให้เป็นงานของสถาปนิกและinterior มากเกินไป โดยลืมนึกไปว่า ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ สถาปนิกหรือ interior ไม่สามารถรู้ขอบเขตการใช้งานได้เท่ากับพวกคุณหมอหรอกครับ เค้าไม่รู้หรอกว่าลิพท์ต้องกว้างเท่าไร ความเร็วของลิฟท์ต้องยังไง พื้นต้องเป็นแบบไหน พวกหมอทุกคนนี้แหละคือแหล่งข้อมูลชั้นดี

ไหงก็ฝากคุณหมอไว้ด้วยเผื่อได้เป็นคณบดีคณะแพทย์ในอนาคต จะได้สร้างอาคาร โรงพยาบาลสีเขียวในฝันได้ โดยเฉพาะสวนสีเขียว ที่มีต้นไม้ใหญ่เยอะๆ สร้างความร่มรื่นทั้งร่างกายและจิตใจได้อย่างดี

อีกหนึ่งข้อสังเกตุเกี่ยวกับโรงเรียน ผมเห็นหลายๆโรงเรียนชอบสร้างป้ายโรงเรียนอันใหญ่ๆ สวยๆ งามๆ ราคาแพงๆ ทั้งที่ด้วยงบประมาณเดียวกันคุณนำไปซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดหรือทำระบบการเรียนการสอนให้มันดีขึ้นได้อีกตั้งเยอะโดยเฉพาะหนังสือ

เออ พูดถึงหนังสือ วันก่อนเจอญาติที่เรียนชั้นมัธยมใน มอว. เด็กๆเค้าเลิกเรียนออกมาก็ขึ้นรถในสภาพที่อ่อนล้าเต็มที ถามเค้าเค้าก็บอกว่าเหนื่อยสุดๆ การบ้านก็เยอะ รายงานก็เยอะ แล้วยังมีเรียนพิเศษอีก (ไม่เหมือนพวกเด็กโรงเรียนนกฮูกเลยไม่เห็นมีใครบ่นเลยว่าเหนื่อย) เมื่อเช้าก็ยังคุยกับแฟนเลยว่า เอ๊ ถ้ายังงี้โรงเรียนน่าจะให้คะแนนโดยทิ้งน้ำหนักไปที่รายงานให้มากถึง 50-60% ไปเลย เด็กจะได้ทุ่มเทมากับการค้นคว้าหาความรู้โดยตัวเอง น่าจะมีรายงานชิ้นใหญ่แบบ ทีสิทของนักศึกษามหาวิทยาลัยก่อนจบไปเลย เด็กๆพวกนี้ก็จะไม่ต้องไปเรียนพิเศษเพราะเรียนไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะคะแนนแค่ 40% ถ้าคุณทำรายงานไม่ดีคุณสอบได้ก็แค่นั้น แต่ถ้าคุณทำรายงานได้ดีอย่างน้อยคุณก็ไม่ตกแล้ว เห็นด้วยมั๊ยครับ