หลายคนเลือกทางชีวิตตามๆบรรพบุรุษเพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินชีวิตโดยคิดว่าเป็นเส้นทางดำเนินที่ถูกแล้ว
แต่บางคนบอกว่าทางชีวิตตามเส้นทางของบรรพบุรุษยังไม่ถูกต้องเหมาะสมในการดิ้นรนเอาตัวรอดจากกองทุกข์
จึงเริ่มเดินทางค้นหาเส้นทางสายใหม่อันมีน้อยคนที่เคยเดินทางล่วงหน้าไปก่อนแต่ไม่มีโอกาสย้อนกลับมาบอกถึงความสำเร็จ ณ เบื้องปลายเส้นทางได้ซึ่งเป็นเพียงตำนานเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่น
ด้วยเวลาที่มีจำกัดเปรียบได้กับวลีที่ว่า "ชีวิตนี้ช่างสั้นนัก ชีวิตนี้ชั่วฟ้าแลบ ชีวิตนี้ชั่วกระพริบตา" ซึ่งมิอาจเลือกสองทางเดินในช่วงเวลาหนึ่งชีวิตนี้ได้
คนบางคนจึงตัดสินใจเดินในที่มืดเพียงหวังพบแสงสว่าง ณ ปลายทางเพื่อปลดเปลื้องกองทุกข์ที่เป็นเงาคอยติดตามข้ามภพข้ามชาติมาตลอด
มีหลายๆท่านตกอยู่ในสถานการณ์เช่นท่านที่ต้องเลือก ขอเป็นกำลังใจในการเลือกทางเดินชีวิตที่ท่านได้เลือกแล้ว