การทำเกษตรประณีตเป็นสิ่งที่ดีนะ...ถึงแม้เราจะเอาต้นแบบมาจากไต้หวัน...แต่ก็เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ประโยชน์ในที่ดิน...การทำเกษตรของบ้านเกษตรกรบ้านเราส่วนมากเขาทำกันด้วยจิตสำนึกความเคยชิน...ไอ้ที่ถาม13ข้อถามว่าจิตสำนัก+ใต้สำนักเขารู้ไหม...ตอบแทนได้ว่ารู้...แต่บางที่ตอบออกมาไม่ได้..แต่ลองให้เขาปฏิบัติดูซิทำได้หมดและทำได้ดีกว่าพวกท่านทั้งหลายด้วยซ้ำ...ทางออกภาคเกษตรบ้านเราด้านการตลาดคงอีกนาน..เพราะคนที่มาคุมอำนาจบริหาร..เป็นตัวแทนจากภาคนายทุน/พ่อค้าคนกลาง...เห็นหลายครั้งเราชอบโทษเกษตรกรเรื่องการร่วมกลุ่ม/สหกรณ์..ทำแทบตายก็คงจะยากที่ต้านการสลายจากอำนาจทุน...ทางออกโดยการตั้งบสภาเกษตร...อาจมาถ้วงดุลอำนาจทุนได้บ้าง...แต่ท้ายที่สุดผู้ที่เขามาบริหารตรงนั้นก็มาจากสายการเมืองเพื่อรักษาผลประโยชน์เหมือนเดิม...เหลือความหวังกับคนกลุ่มหนึ่งที่เกษตรกรจะพึ่งได้ก็คือการรสมตัวของนักวิชาการ+อาจารย์..โดยผ่านกลไกอะไรก็ได้เขามาทานอำนาจบริหาร..โดยเปลี่ยนจากในห้องเรียนมาเป็นกลุ่มเดียวกันตามพื้นที่....เพราะหวังราชการคงยากเพราะความมั่นคงขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหาร...สุดท้ายเกษตรอย่างมีคุณภาพ+ประสิทธิภาพไม่ใช้เรื่องยากสำหรับประเทศไทย..แต่เกษตรอย่างมั่นคงและยั่งยืนนั้นซิน่าจะเป็นโจทย์ที่ต้องคิดและทำต่อร่วมกัน