- อา(จารย์)จ๊ะ..
ถ้าใบปริญญาเป็นใบเบิกทางสำหรับการประกอบอาชีพหรืออนาคต ต้อมเชื่อว่าต้อมได้ปิดกั้นทางเดินของตัวเองในการที่จะก้าวไปสู่เส้นทางนั้นแล้ว ต้อมเคยคุยกับพี่สาวคนสวย และต้อมชอบใจกับถ้อยสนทนาที่เรามีระหว่างกันมาก เธอไม่ได้เคี่ยวเข็ญให้ต้อมต้องเรียนและในขณะเดียวกัน..เธอก็ไม่ได้บอกว่าต้อมไม่เรียนก็ได้ ดังนี้..
ต้อมคะ พี่เห็นคนหลายๆๆๆคนทีเดียวที่เรียนปริญญาโทจบเรียบร้อยแล้ว ใส่เสื้อครุย ถ่ายรูปโก้หรู แต่ (พี่ไม่ได้กำลังจะว่าใครนะคะ) พี่ไม่เห็นองค์ความรู้ใดๆ เล็ดลอดออกมาจากสมองเลย อาจวิจารณ์แรงไป แต่คนที่นึกถึงอยู่นี้เป็นคนที่เคารพกันดีในฐานะเพื่อนร่วมสังคม
ยามเรียนก็ไม่ได้เรียน เพียงบอกว่าไปเอาคอนเนคชั่น มีเพื่อน พบคนหลากวงการ ถึงเวลาสอบ..ก็ไม่เห็นต้องอ่านอะไร เพราะอาจารย์บอกข้อสอบมา ก็ได้เอกสารคำตอบมา ก็อ่านๆๆ อย่างน้อยเขียนอะไรไปเฉียดๆ ก็ได้แล้ว ยิ่งบางคนเด็กๆ นะคะ มาติดต่อขอความร่วมมือในการทำวิทยานิพนธ์ เรื่องประเมินความพึงพอใจ พี่ยังงงว่าอาจารย์ผ่านให้ได้อย่างไร เพราะกรอบและแนวคิดไม่มีอะไรบ่งบอกว่าเป็นนักเรียนปริญญาโท เพราะงานนั้นมาคัดลอกเอางานที่พี่ทำไปเสียทั้งหมด ทำวันเดียวก็ได้แล้ว
กับบางคน ที่มีความรู้ มีความคิด มีความเข้าใจทั้งในหลักปรัชญาทั้งความรู้จากแหล่งต่างๆ กว้างกว่าไกลกว่าคนที่เรียนในห้องเรียน ยังความสามารถอื่นอีกมากมาย คนเหล่านี้สมควรได้รับปริญญาค่ะ ปริญญาที่คลี่ม้วนออกมาเป็นกระดาษปาปิรุสประดิษฐ์อักษรสีเงิน มอบให้แก่ผู้สมควรได้รับเกียรติแห่งปริญญานอกห้องเรียน
พี่พูดจริงๆ นะคะ ไม่ใช่การป้อยอ พี่ว่าต้อมมีความรู้มากมาย ต้อมอ่านมากมากกว่าคนที่เรียนหนังสือเยอะแยะ ต้อมรู้มากกว่าคนที่เรียนหนังสือในห้องเรียนเยอะแยะ
ไม่รู้สิ เมื่อใบปริญญาเป็นใบรับรองว่าเรามีความรู้ ซึ่งความจริงไม่ใช่ เป็นเพียงใบรับรองว่าผ่านหลักสูตรเหล่านั้นมา แม้กระทั่งพี่เอง อยากเรียนเพราะอยากมีความรู้ เพราะเป็นคนชอบเรียน และอยากสอนหนังสือในบั้นปลาย ยังต้องเรียนระดับปริญญาเอก เพื่อให้ได้ดีกรีมารับรอง
หลายๆ คนที่เป็นเพื่อนกันอยู่นี้ มีความรู้ ทำงานวิจัยมานับสิบๆ โครงการ มากกว่าปริญญาที่แต่ละสถาบันเสนอเสียอีก นี่..แค่ความคิดเห็นค่ะ
อา(จารย์)จ๊ะ.. ขอปริญญาใบไม้มอบให้ต้อมเถอะ (หากต้อมยังไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนในระดับปริญญา)