สวัสดีครับ

 ผมชอบใจประโยคที่ว่า

 ชาวบ้านไม่ได้ต้องการไล่โรงงานอุตสาหกรรม เพียงต้องการให้การพัฒนาเกิดความสมดุลย์และพอดี

นี่ละครับคือคำตอบ

ทำอย่างไรจึงจะสมดุลย์และพอดี

ปัญหาพลังงานเป็นปัญหาใหญ่ เพราะมุนษย์ต้องใช้พลังงาน การหาพลังงานทางเลือกที่ละอาดจึงเป็นสิ่งที่ทุกประเทศปรารถนาแต่ในความเป็นจริงไม่ได้เกิดง่ายๆ

ในอินเดียใช้ถ่านหินมาก เกิดปัญหามากมาย พลังงานทางเลือกอื่นๆ ก็ได้เริ่มทดลองใช้ไปแล้วไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงาลม พลังงานน้ำ แต่ด้วยจำนวนประชากรที่มาก อินเดียจึงต้องมุ่งไปที่พลังงานนิวเคลียร์

ที่ระยองผมทราบว่ามีโรงงานต่างชาติมากรวมทั้งของอินเดีย

ผมเห็นว่าปัญหานี้แก้ได้ด้วยกฏหมายที่เข้มงวดและเพิ่มบทบาทของประชาชนในชุมชนนั้นไปด้วยเพื่อให้เป็นตัวคุมความสมดุลย์และความพอดี

ตรงนี้อีกเช่นกันครับ ก็ถ้าโรงงานที่เข้าไปตั้งในพื้นที่สร้างผลเสียให้มากกว่าผลประโยชน์ ก็ไม่ควรให้เกิดขึ้นครับ

การเดินขบวน ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้รับทราบความเดือดร้อน แต่การแก้ปัญหาต้องหาจุดลงตัวให้ได้ ถ้าเห็นคุณภาพความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นหลัก ก็คงตัดสินใจได้ง่ายครับ

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมเห็นว่าชุมชนไทยยังไม่ตื่นตัวก็คือชุมชนเข็มแข็งที่พึ่งตนเองได้

คนในชุมชนยังไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถหรือปัญญาในการแก้ปัญหากันเอง ถ้าเป็นชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ก็จะไม่มีปัญหาแบบที่เป็นอยู่

3 ห่วง 2 เงื่อนไข ยังไม่มีใครนำไปใช้ในการสร้างสันติสุขเลยครับทั้งที่หลักปรัชญานี้คือยาแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ดีมาก

ท่านเอกชัยทราบดีครับ