ได้อ่านแล้วเข้าใจลึกซึ้งดีนะครับ ไม่ได้เข้าร่วมฟังเสวนาครั้งนี้ด้วย เนื่องจากต้องแบ่งภาระกิจ ไปทำงานอีกงาน ที่ "กรมวิชาการเกษตร" ซึ่งผมก็เขียนเล่านคร่าวๆลง Blog ไปแล้วเมื่อ 2 วันก่อน ....
(มาถึงเรื่องเล่าที่พี่น้ำเขียนต่อ)
อ่านแล้วเข้าใจดีครับ เห็นภาพในจินตนาการผม คือ "ดร.ยุวนุช และ ครูบาฯ" กำลังพูดในเรื่องของความสำเร็จ และความลงตัวของสิ่งเก่า "ภูมิปัญญา"
และสิ่งใหม่ "วิทย์และเทคโนฯ" ซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ บูรณาการกันจนกระทั่งเกิด "ความสำเร็จ"
ผมเห็น "การเรียนรู้" ที่ประสบความสำเร็จมานักต่อนักแล้ว และปัจจัยที่ทำเกิดความสำเร็จนั้นๆก็คือ "การบูรณาการการเรียนรู้" ตัวอย่างในกรณีศึกษาของ ดร.ยุวนุชนี้ก็เช่นกัน ทำให้การเรียนรู้เกิดประสิทธิผลมากมาย
ผมเห็นด้วยกับประโยคเด่นของครูบาสุทธินันท์ ที่ว่า "ทำอย่างไร เราจะมีนักวิชาการที่ใจง่าย ใจง่ายก็คืออย่าใจยากมากนักมีเงื่อนไขยุ่งยาก มันถึงไปกันไม่ได้ มันก็ได้แค่งานวิจัยเสมือนจริงที่ไม่ใช่ของจริง มันใช้ในชีวิตจริงไม่ได้ "
อย่างไรก็ตามผมขอชื่นชมผู้เขียน เรื่องเล่านี้ ที่ทำให้ผมอ่านได้อย่างเข้าใจได้ตั้งแต่บรรทัดแรก กระทั่งบันทัดสุดท้าย และระหว่างทางที่สมองผมรับรู้ผ่านตัวอักษรในเรื่องเล่านี้ อรรถรสในการอ่านมันเกิดขึ้นตลอดเวลา ชวนให้อ่านยันบรรทัดสุดท้ายในที่สุด
ผมขออนุญาติผู้อ่าน เรียนรู้ เทคนิค และวิธี การเขียนเรื่องให้น่าอ่าน จากบทความนี้ เพื่อเป็นต้นแบบ สู่การ "บูณาการคิด - การเขียน" ของผมต่อไป..
ขอบคุณล่วงหน้านะครับ.