ความเห็น


เมื่อวานนี้ (26 ก.ย.49) ผมได้รับคำสั่งให้ไปเข้าร่วมประชุมแทนคณบดี ในการประชุม "คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เยี่ยมชมดูงานระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการและการบริหาร CMU-MIS" ณ สถานบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงขออนุญาตนำข้อมูลที่ได้จากการประชุมมารายงาน ดังนี้

     1. สถานบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการและการบริหาร ขึ้นภายใต้ชื่อ CMU-MIS ซึ่งสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ http://cmumis.chiangmai.ac.th โดยในระยะต่อไปอาจจะมีการเพิ่ม server ในการให้บริการในชื่ออื่นๆ เช่น http://cmumis.chiangmai.edu เป็นต้น

     2. เทคโนโลยีที่ใช้ในการพัฒนาระบบสารสนเทศ พัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีของ Microsoft ซึ่งผู้ออกแบบระบบเห็นว่าเป็นระบบงานที่ผู้ใช้งานหลายคนมีความคุ้นเคยมากกว่าระบบอื่นๆ (ทั้งนี้เข้าใจว่าเป็นการพัฒนาขึ้นโดยเทคโนโลยีที่เรียกกันว่า Dot Net, Microsoft MySQL Server ...อย่างที่ Mr.Developer เขียนไว้ในความเห็นก่อนหน้านี้ ซึ่งจะมีการเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบปฏิบัติการแบบ OpenSources อย่างไรนั้น คงต้องพึ่งความสามารถด้านเทคนิคของผู้พัฒนาและโปรแกรมเมอร์ต่อไป) โดยในส่วนของการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลางมาใช้งานในแต่ละคณะ/หน่วยงานนั้น คาดว่าจะมีการดำเนินการในช่วงปีงบประมาณ 2550 นี้

     3. CMU-MIS ถูกออกแบบมาโดยพยายามให้มีความเชื่อมโยงฐานข้อมูลทุกชุดเข้าไว้ด้วยกัน โดยการเชื่อมโยงจะพยายามใช้รหัสที่เป็นสากล เช่น เชื่อมโยงข้อมูลบุคลากรด้วยเลขประจำตัวประชาชน เชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานด้วยเลขรหัสที่ใช้ในระบบ GFMIS เชื่อมโยงข้อมูลนักศึกษาทุกระบบด้วยรหัสนักศึกษา เชื่อมโยงข้อมูลกระบวนวิชาด้วยข้อมูลรหัสกระบวนวิชา เชื่อมโยงข้อมูลพื้นที่การใช้อาคารด้วยเลขรหัสห้องอาคารที่กองสวัสดิการสำรวจไว้ เป็นต้น
       การเชื่อมโยงดังกล่าวจะทำให้แต่ละหน่วยงานต้องตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ เนื่องจากหากหน่วยงาน-บุคลากรใดไม่ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ก็จะทำให้หน่วยงานอื่นๆ ไม่สามารถใช้ข้อมูลที่สมบูรณ์ได้ เช่น หากหน่วยงาน(คณะ/ภาควิชา)ไม่ปรับปรุงข้อมูลห้องเรียน ก็จะทำให้สำนักทะเบียนฯ ไม่สามารถจัดตารางสอน/ตารางสอบได้ เป็นต้น
       ดังนั้น สิ่งที่ตามมาสำหรับการปรับปรุงข้อมูลร่วม(หรือร่วมปรับปรุงข้อมูล)จากหลายหน่วยงานนั้น ก็คือ ความรับผิดชอบ และการสั่งการให้ดำเนินงานในระบบคอมพิวเตอร์ (ตัวอย่างเช่น ทุกคนจะต้องกรอกข้อมูล ขต.งด. ลงในระบบคอมพิวเตอร์ หรือทุกคนจะต้องกรอกข้อมูลการลาในระบบคอมพิวเตอร์ จึงจะได้เป็นผู้ได้รับสิทธิผลประโยชน์จากการนั้น เช่น การพิจารณาเงินเดือนหรืออนุญาตให้ลา เป็นต้น)

     4. การใช้งานระบบ CMU สามารถจำแนกการเข้าใช้เป็น
       4.1 ใช้งานระบบในฐานะบุคคลทั่วไป สามารถดูข้อมูลสารสนเทศพื้นฐานทั่วๆไปได้
       4.2 ใช้งานระบบในฐานะบุคลากร ม.ช. สามารถเข้าไปจัดการข้อมูลส่วนตัวของตนได้ในระดับหนึ่ง โดยสามารถ login โดยใช้ e-mail Account ของ chiangmai.ac.th ดังนั้นหากบุคลากรท่านใดต้องการเข้าใช้งานระบบก็สามารถไปขอมี e-mail account ได้ที่สถานบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ ประเด็นที่ควรเป็นวาระสืบเนื่องในการช่วยกันใช้งานระบบ MIS ในระดับคณะคือ
          4.2.1 คณะอาจจะเตรียมการในการสำรวจข้อมูลบุคลากรในการให้มี account และดำเนินการอำนวยความสะดวกในการขอ account
          4.2.2 คณะอาจจะเตรียมการในการจัดอบรมการใช้งาน e-mail ของ ม.ช. เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับระบบคอมพิวเตอร์
          4.2.3 คณะอาจจะต้องเตรียมการจัดหาคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะที่ดีและเพียงพอต่อการใช้งานของบุคลากรทุกหน่วยงานและทุกระดับ (ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงจะต้องมีคอมพิวเตอร์สำหรับทุกคน หรือ 1 คน 1 เครื่อง)
       4.3 ใช้งานระบบในฐานะ Admin ในระบบงานนั้นๆ เช่น ข้อมูลบุคลากร ข้อมูลกระบวนวิชา ซึ่งผู้บริหารระบบใหญ่(และ/หรือในระดับคณะ--FCIO : Faculty Chief Information Officer) จะเป็นผู้กำหนด authority/priority ให้ในระยะต่อไป โดยในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ คาดว่าผู้บริหารระบบจะมีการเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับระบบงานต่างๆ ของแต่ละคณะไปฝึกอบรม

     5. Key Success ของระบบฐานข้อมูลที่ผู้บริหารระบบ (ผศ.ดร.รัฐสิทธิ์) เสนอไว้ คือ
       5.1 Authotiry (การมีผู้รับผิดชอบ)
       5.2 Accuracy (ความเที่ยงตรงแม่นยำ)
       5.3 Update to date (เป็นปัจจุบัน)
       5.4 Collaboration (ความร่วมมือ)
          โดยมีผู้เสนอว่าปัจจัยสู่ความสำเร็จ ยังควรจะต้องผนวกถึงการใช้งานข้อมูลได้จริง และข้อเสนอที่กล่าวเป็นตัวอย่างไว้แล้วในหัวข้อที่ 3

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี