สวัสดี เอก
เราไม่ได้พูดคุยกันนานแล้วน่ะ คิดถึงเหมือนกันครับและเข้ามาสองสามวันแล้ว กำลังทะยอยแวะเยี่ยม(อ่าน)คนโน้นคนนี้ไปเรื่อยๆ คงสนุกกับการตระเวนแถวปักษ์ใต้น่ะ
จากบันทึกผมพยายามหยิบเอาแต่ส่วนที่ดูดีของรถไฟและไม่พูดถึงส่วนอื่นที่มีอยู่เยอะแยะเหมือนที่เอกว่านั่นแหละ หากเปรียบการรถไฟเป็นคนก็คงเหมือนเด็กที่พ่อแม่ลำเอียงนั่นแหละครับ ถูกเลี้ยงแบบทิ้งๆขว้างๆ โตก็ช่างไม่โตก็ช่าง ให้กินก็แค่พอกันตาย อายุขนาดนี้แล้วยังเป็นเด็กไม่ยอมโต... ต้องโทษพ่อแม่ครับ เลี้ยงลูกยังไง..!
เอกคิดดูซิ หัวรถจักรหนึ่งหัววิ่งจากเชียงใหม่ถึงกรุงเทพฯกินน้ำมันพอๆกับรถบรรทุกสิบล้อหนึ่งคันแต่บรรทุกได้มากกว่าสิบถึงยี่สิบเท่า ประหยัดน้ำมันได้เท่าใหร่? แล้วทำไมการขนส่งทางรถไฟจึงไม่ได้รับความนิยม ทำไมไม่มีการสนับสนุนจากรัฐบาป... เลี้งลูกยังไง.................!
ดีใจครับได้เจอกันอีก ตั้งใจว่าเดี๋ยวจะไปเคาะประตู แต่เอกเสือปืนใวมาเคาะเสียก่อนนี่ บันทึกนี้เขียนเพราะคิดถึงเพื่อนๆพี่ๆที่เคยทำงานด้วยกัน และตอนนี้กำลังจะถูกยุบจึงรู้สึกใจหาย เพราะเติบโตและเรียนรู้อะไรหลายอย่างจากช่วงชีวิตหนึ่งเลยทีเดียว บันทึกจึงดูเหงาๆแต่เศร้างามๆครับ
คิดถึงเสมอเช่นเดียวกันครับ