ขอบคุณ อ.ขจิต
- เรื่องกฎแห่งกรรม ก็เล่าหลายเรื่องครับ
- เช่น เรื่องนี้ครับ ในตลาดไม่มีใครเลยสักคนที่ไม่รู้จัก เถ้าแก่ " ตั๋ง "
- ประมาณนี้นะครับ
- ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม
- มาเร็วมากๆ
เพราะแกเป็นผู้บุกเบิกตลาดแห่งนี้เป็นคนแรก
แกขายทุกอย่างที่จะขายได้ ตั้งแต่ กาแฟ ไข่ลวก บุหรี่ สุรา
ไปจนถึง ปะยาง รถจักรยายยนต์
พอมีเงิน เก็บหอมรอมริบก็ซื้อที่ทางไว้
กระทั้งเวลาผ่านไปไม่กี่ปี เถ้าแก่ตั๋ง
ก็เป็นเจ้าของตลาดเต็มตัวมีแผงให้เช่า
โดยไม่ต้องขายเหมือนก่อนหน้าที่แกก็ คือเดินตรวจตลาด
เก็บค่าเช่าอย่างชนิดไม่ขาดไม่เกิน
" อั้วไม่ล่ายสร้างตลาด มาให้พวกลื้อติดค่าเช่าน้ะ ให้ลู้ซะล่วย "
เป็นคำพูดที่เถ้าแกชอบพูดดัง ๆ
เป็นการกึ่งประจานเวลาแผ่งไหนผลัดค่าเช่าแก
ใคร ๆ ก็รู้จักเถ้าแก่ตั๋ง เพราะแกจะวางท่ายิ่งใหญ่ไม่รู้จักใคร
หรือถ้าใครเดินเข้าตลาดแล้วไม่ซื้อของแกก็จะเดินไปด่าเขา
ทำตัวเป็นที่อิดระอาใจกับคนในตลาดนั้น
ถ้าย้ายได้ก็ย้ายหนีไป ถ้าย้ายไม่ได้ก็ต้องทนรับสภาพไป
หลายปีผ่านมา เถ้าแก่ตั๋ว ได้ขยายครอบครัว
กลายเป็นตระกูลห้าฃพยางค์อันยิ่งใหญ่ขยายกิจการใหญ่โต
ประกอบกับตัวเถ้าแก่เริ่มแก่ชราหน้าที่เก็บค่าเช่า
และดูแลผลประโยชน์ก็ตกมาถึงลูกหลาน
ที่เจริญรอยตามเถ้าแก่ ตั๋ง ขณะเดียวกันเมื่อลูกหลานเติบโต
แบ่งแยกครอบครัวกันออกไป เถ้าแก่เคยมีอดีตอันยิ่งใหญ่
ก็เหมือนคนแก่คนหนึ่งภายในบ้าน
ไม่ได้รับความสนใจจากลูกหลาน เรียกว่าถูกทอดทิ้งก็ว่าได้
หลังจากมีการแบ่ง มรดก ให้ลูกหลานเป็นที่เรียบร้อย
เถ้าแก่ตั๋ว ก็ถูกส่งไป บ้านพักคนชรา
โดยลูกหลานปล่อยอย่างไม่ใยดี
แม้ตัวแกจะห่วงตลาดเก่าที่สร้างมากับมือ
แต่ร่างกายก็ซูบซีดผอมจนหนังหุ้มกระดูก
หมดราศีความเป็นเถ้าแก่ ชีวิตต้องนั่งรถเข็นอย่างหมดสภาพ
วันหนึ่งขณะที่ตลาดจอแจด้วยผู้คนไปมา
ชายชราคนหนึ่ง สภาพมอมแมมไม่ต่างอะไรจากขอทาน
เสื้อผ้าขาดวิ่น แขนขาลีบเรียว จนต้องนอนหมอบกับพื้นสกปรก
ที่ตลาดแห่งนั้น แล้วเจ้าเด็กน้อย ๒ คน
ที่มองดูมองชายชราตามประสาเด็กพลางล้วงกระเป๋า
หยิบเศษเหรียญสตางค์หย่อนลง กระป๋องแล้วพูดว่า
" ตาออกไปขอทานที่อื่นเถอะเดี๋ยวเตี๋ยมาเห็นจะโดนไล่หรอก
เตี๋ยบอกว่าเมื่อตอนก๋งอยู่ ก๋งไม่ชอบให้ขอทานมาอยู่ในตลาด "
เจ้าเด็กน้อยพูดเจื้อยแจ้วโดยไม่รู้หรอกว่า
ขอทานผู้นั้นคือ เถ้าแก่ตั๋วหรือก๋งคนที่แกพูดถึง
และแกก็ยังห่วงตลาดที่แกสร้างมากับมือ