แวะมาอ่านอีกครั้งและยังคงซาบซึ่งดั่งเคยรู้สึกเมื่อคราก่อนหน้านี้ ขอบคุณสำหรับบทกวีที่ปลุกความรู้สึกดีๆ
ข้าฯไม่เคยถาม
ถึงโมงยามของความสว่างให้มากกว่าที่เห็น
ข้าฯไม่เคยถาม
ยามสิ้นอับแสงใครจะเป็นแรงพลังให้ฝัน
ข้าฯไม่เคยถาม
ยามข้าหนาวเหน็บใครจะเก็บข้าฯไปเพื่อกอดให้ไออุ่นที่อ่อนโยน..แสนละมุนนั้น
เพราะรู้ดีว่า ข้าฯย่อมหมดค่า ในวันที่ล้าแสง
อย่าเสียเวลาแม้แต่จะถามหรือครวญคร่ำ
เพราะรังแต่จะนำความว่างเปล่ามาสู่ใจดวงนี้
สู้ยอมทนให้ประโยชน์
กับผองเพือนมนุษย์ และบุคลที่เป็นที่รักสิ
ต่อให้หนาวกว่านี้ ว่างเปล่ากว่านี้ จะหวั่นใย
...
เมื่อท้ายสุด..ดาวที่สว่างสุกใสก็ต้องไร้แรงเผาไหม้
แปรเปลี่ยนไป...กลายเป็นดาวหาง
แล้วเลือนลางยามร่วงสู่ดิน
พวกเราคือดาว
แม้ว่าเคยสุกสกาวพราวระยับประดับฟ้า
มันดูไร้ค่าหากต้องมาครวญให้กับสิ่งใดที่หาได้จีรัง
และยิ่งไร้ค่าหากต้องมานับวันเวลาที่แสงแห่งข้าต้องมืดลง
ไร้ค่าหากต้องมาเฝ้าตอบคำถามถึงความเป็นมา
ไร้ค่าหากต้องมาร้องให้ให้กับความมืดมิด...ที่กำลังจะมาถึง
สู้ทำตามความฝันและสร้างสรร ความสดใสให้โลกใบนี้
ไม่ดีกว่าหรือ....