เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และสวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน
แรงจูงใจคือพลังที่ยิ่งใหญ่ : สร้างได้ในการกีฬา
วันนี้อยากแสดงความคิดเห็นเรื่องกีฬาในบ้านเมืองเรา ผมเองก็ชอบเล่นกีฬาตั้งแต่เด็กตั้งแต่ ป. 1 เป็นต้นมา จนถึง ป.7 แต่โรงเรียนที่ผมเรียนอยู่สมัยประถมปีที่1 – 7 เป็นโรงเรียนในชนบทมาก ๆ (ปี 2511 – 2517 ) สมัยนั้น ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ถนนเป็นถนนดินโคลนตามธรรมชาติที่เข้าถึงเมืองได้ ทุกครั้งเมือถึงชั่วโมงวิชาพละศึกษา ผมจะคึกคัก มีความกระตือรือร้น อยากจะเรียน อยากจะลงสนาม แต่สมัยนั้น อาจารย์ที่เก่งๆ เรื่องการกีฬา ที่สอนเฉพาวิชาพละยังไม่มี ก็อาศัยอาจารย์คนเดียวกับที่สอนวิชาคณิตศาสตร์ มาทำหน้าที่สอนวิชาพละเราอีกด้วย ไม่ได้มีการสอน Basic อะไร ถึงชั่วโมงก็ลงสนาม มีลูกฟุตบอลลูกเดียว ก็ลงเตะกันชุลมุน มั่วกันไปหมด เตะแบบไร้ทิศทาง บอลมาถึงเท้าก็เตะให้แรงเข้าไว้ จะไปทิศทางไหนก็ไม่สนใจ ลูกไปทางไหนก็วิ่งเฮโลไปทางนั้น นานๆ ถึงจะได้แข่งแบบเป็นทีม แต่ผมก็ถูกคัดเลือกให้ลงเตะเป็นทีม ในการแข่งขันระหว่างกลุ่มโรงเรียนต่างๆ
จำได้ว่าสมัยเรียนอยู่ ป.4 ผมเล่นเป็นปีกขวา การเป็นปีกต้องวิ่งเร็ว ผมก็สามารถเตะลูกโด่งแรงข้ามหัวลอยเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย ทำให้ทีมผมชนะไปในการแข่งขันนั้น ใครจะเชื่อว่า ความสำเร็จในคราวนั้น ยังอยู่ในความทรงจำที่ดีสำหรับผมตลอด มา จนย้ายมาเข้าเรียน ม.ศ.1 – 3 ที่โรงเรียน บุญวัฒนา นครราชสีมา ที่เป็นโรงเรียนในตัวเมืองโคราช แต่มาพักอาศัยอยู่กับญาติ ตอนอยู่ ม.ศ.1 ผมฝึกซ้อมวิ่งรอบๆ สนาม ฝึก Basic ต่างๆ (มีอาจารย์สอนวิชาพละศึกษาทางฟุตบอลโดยตรง) ฝึกฝนตอนเลิกเรียนทุกวัน เพื่อเตรียมคัดตัวเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน อาศัยที่เป็นคนฝึกซ้อมเป็นประจำ ฝีเท้าพอไปได้ (ตัวยังเล็กกว่าเพื่อน) ก็เลยติดเป็นตัวสำรอง ดีใจที่จะได้เป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน แต่มีปัญหาเรื่องเวลา เพราะต้องช่วยญาติทำงานตอนเย็นหลังเลิกเรียนด้วย พ่อผมก็เลยไม่อนุญาต ให้ผมเล่นกีฬา เพราะต้องช่วยญาติทำงานหลังเลิกเรียน ดังนั้น ความหวังผมก็หมดลงไป ด้วยความจำเป็น
ที่ยกตัวอย่างของตัวเองมาในเรื่องแรงจูงใจ ว่า ถ้าเราสามารถสร้างแรงจูงใจให้เกิดขึ้นได้ในตอนเป็นเด็กได้ จะทำให้เรารักที่จะเป็นนักกีฬา อยากจะซ้อม อยากจะแข่ง เมื่อได้ลงสนามก็จะเกิดความภาคภูมิใจเพราะมีสายตาคนดู เป็นแรงจูงใจ ตอนยังแตกเนื้อหนุ่ม ก็เป็นธรรมดาที่อยากจะแสดงความสามารถอวดสาวๆ ให้มาชอบเราได้ ด้วยการกีฬา เช่นกัน คนเราได้สร้างให้เกิดแรงจูงใจที่ดี ที่สำเร็จได้ ภาพนั้นก็จะถูกบันทึกไว้ในสมอง และมีแนวโน้มว่าจะต้องทำให้ดีขึ้น จะต้องทำให้สำเร็จ
เพียงประเด็นเดียวนี้ก็อาจจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการกีฬาของประเทศไทยได้ ซึ่งใครๆ ก็สามารถพูดได้ บอกได้ เรื่องนี้เป็นที่รู้ๆ กันอยู่แล้ว แต่ถ้าเรียนรู้จากประการณ์ความรู้สึกที่ดีของคนอื่นในเรื่องนี้จริงๆแล้วก็ จะทำให้เข้าใจความรู้สึกของคนๆ หนึ่งที่ผ่านความเป็นเด็กมาและได้รับแรงจูงใจที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเสียมากกว่า จะเกิดจากการถูกสร้างอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง ซึ่งสมัยนั้น แรงจูงใจแต่ละคนต่างคนต่างเสาะหา ได้รับมาในเรื่องกีฬาอย่างไม่เป็นระบบ ดังนั้นถ้าอยากจะให้เด็กไทยรักการกีฬาและพัฒนาควบคู่กับการศึกษาก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากมายมหาศาล เพราะกีฬา สร้างทุกอย่าง คือสร้างให้เป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณค่าก่อน แล้วจะสร้างอย่างอื่นได้ดี
ผมจึงอยากจะเห็นการพัฒนาทุนมนุษย์โดย อยากให้ ได้หันมาให้ความสนใจในด้าน การสร้างทุนทางกีฬา (Physical And Spirit Capital )ในด้านนี้ขึ้นด้วย เช่นกัน \
ด้วยความเคารพอย่างสูง
เจนวิทย์ เลิศอารยกุล, ป.เอก PhD 2 , SSRU