สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ และท่านผู้อ่านทุกท่าน
เช้านี้ วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2549 ผมหาความรู้ ทาง internet และค้นหาอ่านบทความ “บทเรียนจากความจริง กับ ศ.ดร.จีระ” ซึ่งสัปดาห์นี้อาจารย์ใช้ชื่อเรื่องว่า ในที่สุด :วันนี้ก็มาถึง ในบทความนี้ ศ.ดร.จีระเขียนเล่าถึง 3 เรื่องสำคัญที่ท่านได้ทำ บทเรียนจากความเป็นจริงที่น่าสนใจผมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม โดยใช้ข้อความข้างล่างนี้แถบสีน้ำเงินคือข้อความที่ผมคัดลอกมาบางส่วนจากบทความที่อาจารย์เขียนส่วนสีดำเป็นความเห็นของผมซึ่งมีดังนี้ ครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ก่อนหน้านี้ หลายคนบอกว่าปฏิวัติเป็นวิธีการที่เหมาะสม แต่จะทำได้หรือไม่ เพราะในระยะ 5 ปีอดีตนายกทักษิณได้วางกำลังทางทหารและตำรวจไว้อย่างแน่นหนาโดยเฉพาะเพื่อนเตรียมทหารร่วมรุ่น 10 จึงมองกันว่าหากปฏิวัติอาจจะต้องมีการต่อสู้ถึงขั้นนองเลือด</p>
บทความของ ศ.ดร.จีระ สัปดาห์นี้ อาจารย์เขียนเกี่ยวการปฏิวัติที่เกิดขึ้นในบ้านเราได้ทันกาล น่าชวนติดตาม อย่างไรก็ตาม ผมตั้งข้อสังเกตว่า การที่อดีตนายกทักษิณฯ ได้วางกำลังทางทหารและตำรวจไว้อย่างแน่นหนา การที่อดีตนายกฯทักษิณฯทำเช่นนั้น เป็นการบริหารทรัพยากรมนุษย์แบบไทย ๆ สไตล์ท่านทักษิณฯ และการที่ไม่มีการนองเลือดนั้น ถือว่าเป็นส่วนดีของการบริหารทรัพยากรมนุษย์แบบไทย ๆ และที่สำคัญอาจจะเป็นเพราะการที่คนไทยทุกคนคิดถึงองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบารมีของท่าน ทำให้บรรดานายทหาร นายตำรวจทั้งหลาย ต่อสู้กันด้วยทุนทางปัญญา ทุนทางไอที ทุนทางจริยธรรม ทุนทางสังคม หารือกันมากกว่าที่จะต่อสู้ด้วยอาวุธ ซึ่งผมในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณนายทหาร นายตำรวจ พี่น้องชาวไทยที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ที่ไม่ทำให้เกิดการนองเลือดกันขึ้นมา ขอให้เราให้ดีที่สุด เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีของโลก คืนวันอังคารที่ 19 กันยายนกว่าที่คณะปฏิรูปการปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขจะประกาศว่ายึดทุกอย่างได้อย่างเรียบร้อย ก็เกือบ 5 ทุ่มยังมีการต่อรองอย่างน่าสนใจ และอดีตนายกฯ ที่ประกาศภาวะฉุกเฉิน ในช่วง 4 ทุ่มกว่าของคืนวันอังคาร แสดงถึงว่าการปฏิวัติครั้งนี้ไม่ง่ายหรือสะดวกอย่างที่คิดนัก คืนนั้น ผมได้เห็นอดีตนายกทักษิณ ออกทีวีเพียงไม่กี่นาที ก็หายไป และไม่เห็นท่านให้สัมภาษณ์ หรือออกมาพูดทางทีวีอีก ตรงกันข้ามกับฝ่ายปฏิวัติ ก็เข้าใจว่าทางคณะปฏิรูประบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ยึดสื่อต่าง ๆ ได้แล้ว นั่นหมายถึงการยึดอำนาจได้แล้ว สื่อเป็นสิ่งสำคัญ นับว่าเป็นอาวุธอย่างหนึ่งหากรู้จักใช้ รู้จักควบคุมจะเกิดประโยชน์มหาศาลกับส่วนรวม สื่อต่าง ๆ ในประเทศไทย ควรต้องได้รับการบริหารจัดการให้ดีกว่าที่ผ่านมา ประเทศเรา อาจจะยังไม่พร้อมที่จะปล่อยให้สื่อทำได้แบบอเมริกา เพราะทุนทางทรัพยากรมนุษย์ของประเทศเรายังมีไม่มากพอ ไม่เทียบเท่ากับประเทศที่เจริญแล้ว สื่อจึงควรได้รับการดูแล แต่ต้องอยู่ในระบอบประชาธิปไตย มาถึงวันนี้ สื่อต่าง ๆ ยังสามารถเสนอข่าวได้ แต่ข่าวที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ความแตกแยก แบ่งฝักฝ่ายดูลดลงไป ด้วยการขอความร่วมมือจากคณะปฏิรูปฯ ซึ่งขอชื่นชมกับการขอร้องและ เมื่ออดีตนายกทักษิณฯ ไม่มีโอกาสออกอากาศ แถลงการณ์ใด ๆ ทางทีวี ทางคณะปฏิรูปน่าจะเข้มงวดไม่ให้คู่อริ อย่างนายสนธิ ลิ้มทองกุล หรือฝ่ายที่ไม่ชอบอดีตนายกทักษิณ ออกอากาศ โจมตีอดีตนายกเพียงฝ่ายเดียว ตรงนี้ผมดูจะไม่เป็นผลดีต่อสายตาของประชาชน สื่อต่าง ๆ ควรยึดแนวพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และแนวพุทธศาสนา เป็นกรอบ เป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สิ่งแรกที่พวกเราคนไทยจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบคือปฏิกิริยาจากต่างประเทศว่า การปฏิวัติครั้งนี้ ประชาคมโลกจะมองและคิดอย่างไรผมดูว่าสหรัฐอเมริกามีท่าทีกลาง ๆ มองว่าเป็นเรื่องที่ประเทศไทยต้องดำเนินการจัดการและคณะปฏิรูปการปกครองฯ เข้ามาดูแลชั่วคราว หากสหรัฐอเมริกามีท่าทีเป็นลบอาจจะยกเหตุผล เช่น รัฐบาลของคุณทักษิณมาจากการเลือกตั้งหรือเน้นมาตรการสิทธิมนุษยชน อาจจะทำให้เกิดปัญหาความไม่พอใจของประชาคมโลกได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
ในเรื่องนี้ หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครอง ฯได้แถลงให้คณะทูตานุทูตที่อยู่ในประเทศไทยรวมทั้งผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้รับทราบเมื่อบ่ายวันพุธที่ 20 กันยายน 2549 แล้ว
ผมคิดว่าการอธิบายข้อเท็จจริง โดยไม่ปิดบัง และทำทุกอย่างแบบโปร่งใส ให้ชาวต่างชาติเข้าใจเช่น ปัญหาที่คนชั้นกลางมีความเคลือบแคลงระบบประชาธิปไตยแบบรวมศูนย์ของรัฐบาลทักษิณ และที่สำคัญคือคณะปฏิรูปการปกครองฯจะเข้ามาแก้ปัญหาชั่วคราว เมื่อทำงานสำเร็จ จะคืนอำนาจให้แก่ประชาชนอย่างเร็วโดยมีการปฏิรูปการเมือง และมีการเลือกตั้งต่อไป
</p>เรื่องผลกระทบจากการมีการปฏิวัติ ครั้งนี้คือปฏิกิริยาของชาวโลก ในแง่สิทธิเสริภาพของมนุษยชน ตามระบอบประชาธิปไตย เชื่อมั่นว่าต้องถูกจับตามองจากชาวโลกแน่นอน จากนี้ไปการดำเนินการปฏิรูปการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะเป็นที่สนใจของประเทศพันธมิตร ประเทศที่มาลงทุนในบ้านเรา ถ้าการดำเนินการปฏิรูปฯ ดำเนินไปด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส เป็นประชาธิปไตย โดยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นประมุข ได้ปรากฏต่อชาวโลกอย่างแท้จริง ทันกาล เป็นธรรม ก็จะเป็นผลดีต่อชาติทั้งระยะสั้นและระยะยาว การแถลงการณ์ต่อคณะทูตจากนานาประเทศ จะช่วยได้ระดับหนึ่ง จากนี้ไปขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทำการปฏิรูปไป ชี้แจง ประชาสัมพันธ์ต่อคณะทูตเป็นระยะ ๆ ขณะนี้เป็นยุคโลกไร้พรมแดน จริง ๆ เมื่อมีคณะรัฐบาลชุดใหม่แล้ว ก่อนจะมีการเลือกตั้งในอนาคตอีก หกเดือนหรือ หนึ่งปีข้างหน้า การที่จะเชิญคณะทูตมาพบปะชี้แจง ตอบข้อซักถาม ก็จะเป็นผลดีต่อการบริหารกิจการบ้านเมืองในขณะนี้ และอนุญาตให้เผยแพร่ภาพถ่ายไปยังทั่วโลกได้ ทำให้ทั่วโลกเห็นว่าบ้านเมืองของเรามีเอกลักษณ์ ความเป็นประชาธิปไตยแบบไทย ๆ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อีกประเด็นที่สำคัญคือคณะปฏิรูปการปกครองฯ จะเลือกใครมาเป็นนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีต่าง ๆ จะเป็นใครมาจากไหน ซึ่งต้องให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนอย่างแท้จริง มีคุณธรรม จริยธรรมมีความเป็นกลาง เป็นมืออาชีพที่ทำเพื่อส่วนรวม โดยเฉพาะการปฏิรูปแก้ปัญหาการเมืองให้สำเร็จอย่างรวดเร็ว คงจะช่วยให้ภาพลักษณ์ต่าง ๆดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ยกย่องข้าราชการประจำที่ทำงาน ขจัดข้าราชการที่ไม่มีคุณภาพออกไปสร้างขวัญ กำลังใจ ให้แก่คนดี ซึ่งผมขอเน้นว่า คณะรัฐมนตรีใหม่ จะต้องฟื้นฟูขวัญกำลังใจของข้าราชการที่ดี ๆ อย่างเร็ว การจะเลือกใครมาเป็นนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีต่าง ๆ นั้น น่าจับตามอง ตรงนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงอนาคตประเทศไทยและวิสัยทัศน์ของคณะปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯได้ เป็นอย่างดี ตรงนี้ต้องใช้หลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เข้ามาช่วย ต้องพิจารณาถึงวิสัยทัศน์ประเทศไทย แผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ประเทศ เป็นอย่างไร จากนั้นจึงมากำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ และคุณสมบัติของผู้ที่จะมารับผิดชอบในหน้าที่คณะรัฐมนตรี ผมติดตามข่าว เราเน้นมากเรื่องผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ผมขอฝากเรื่องการสรรหารัฐมนตรีที่จะมาประจำกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรมนุษย์ของชาติด้วย ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ๆ ไม่น้อยไปกว่าเรื่องเศรษฐกิจ คุณภาพทรัพยากรมนุษย์ มีความสัมพันธ์กับคุณภาพของเศรษฐกิจในระยะยาว รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ในช่วงนี้จึงควรสรรหาคนที่ทำงานด้านพัฒนาการศึกษา ทรัพยากรมนุษย์อย่างจริงจัง ด้วยอุดมการณ์ ซึ่งผมขอแนะนำ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เพราะท่านทำงานด้านการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มาด้วยอุดมการณ์ มุ่งมั่นทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ มานาน ท่านเป็นคนดี มีคุณธรรมและมีความรู้ ศ.ดร.จีระยังมีรายการโทรทัศน์ ”สู่ศตวรรษใหม่” ทาง ช่อง 11 ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือนเวลา 14.00-15.00 น.และออกอากาศอีกทีทาง UBC 7 ทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนเวลา 14.00-15.00 น.และรายการคิดเป็นก้าวเป็นกับดร.จีระทาง UBC 7 อาทิตย์ที่ 1,3 และ 5 ของเดือนเวลา 13.00-13.50 น.นอกจากนั้นยังมีรายการวิทยุ knowledge for people วันพุธ เวลา 19.30 - 20.30 น. ทางสถานีวิทยุอสมท. F.M. 96.5 MHz Hz คอลัมน์ “บทเรียนจากความจริงกับดร.จีระ” ของหนังสือพิมพ์แนวหน้าทุกวันเสาร์หน้า 5 หรือทางhttp://www.chiraacademy.com/ เชิญท่านติดตามศึกษาหาความรู้จากผลงานของ ศ.ดร.จีระและร่วมกันแสดงความคิดเห็น สะสมสร้างทุนทางความรู้ทุนทางปัญญา และทุนทางสังคมใน Blog นี้ครับ ขอความสวัสดีจงมีแด่ทุกท่าน ยม นักศึกษา ปริญญาเอก รัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต