พระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ตอบคำถามที่ว่า "คนเราทุกคนย่อมรู้ว่าความตายเป็นของธรรมดาที่จะหลักเลี่ยงไม่พ้น ถึงกระนั้น ก็ไม่วายที่จะหวาดกลัวความตาย อะไรเป็นเหตุทำให้คนหวาดกลัวความตาย ?"
พุทธดำรัสตอบ “…..บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีความกำหนัดยินดี… ชอบใจ…. รักใคร่…. กระหาย…. เร่าร้อน มีตัณหาในกามทั้งหลายยังไม่หมดสิ้น ครั้นโรคาพาธเจ็บไข้หนักอย่างใดอย่างหนึ่งถูกต้องผู้นั้นเข้า ผู้นั้นก็มีความวิตกอย่างนี้ว่า กายทั้งหลายซึ่งเป็นของรักจักละเราไปเสีย แลเราก็จักละกาย ทั้งหลายซึ่งเป็นที่รักไปหนอ ดังนี้…. เขาย่อมเศร้าโศกลำบากพิไรตรีอกคร่ำครวญ… บุคคลนี้แล.. ย่อมกลัวต่อความตาย ถึงความสะดุ้งต่อความตาย
“…..บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีความกำหนัดยินดี… พอใจรักใคร่….ในกาย ครั้นโรคาพาธหนักอย่างใดอย่างหนึ่งถูกต้องผู้นั้นเข้า ผู้นั้นก็มีความวิตกอย่างนี้ว่า กายทั้งหลายซึ่งเป็นของรักจักละเราไปเสีย แลเราก็จักละกาย ทั้งหลายซึ่งเป็นที่รักไปหนอ ดังนี้…. เขาย่อมเศร้าโศกลำบากพิไรตรีอกคร่ำครวญ… บุคคลนี้แล.. ย่อมกลัวต่อความตาย ถึงความสะดุ้งต่อความตาย
“…..บุคคลบางคนในโลกนี้ มีกรรมงามดีไม่ได้ทำไว้แล้ว มีกุศลไม่ได้ทำไว้แล้ว มีกรรมซึ่งจะเป็นที่พึ่งของคนขลาดไม่ได้ทำไว้แล้ว มีบาปได้ทำไว้แล้วมีกรรมของคนละโมบได้ทำไว้แล้ว มีกรรมหยาบได้ทำไว้แล้ว ครั้นโรคาพาธหนักอย่างใดอย่างหนึ่งถูกต้องผู้นั้นเข้า ผู้นั้นก็มีความวิตกอย่างนี้ว่า
กรรมงามดีไม่ได้ทำไว้แล้ว….. ผู้มีกุศลไม่ได้ทำไว้แล้ว มีกรรมเป็นบาปอันได้ทำไว้แล้ว มีประมาณเพียงใด ตัวเราจะละโลกนี้ไปสู่คติมีประมาณเท่านั้น ดังนี้…. เขาย่อมเศร้าโศกลำบากพิไรตรีอกคร่ำครวญ… ถึงความสะดุ้งต่อความตาย
“…..บุคคลบางคนในโลกนี้ มีความเคลือบแคลง… สงสัย ถึงความแน่ใจในพระสัทธรรม ครั้นโรคาพาธหนักอย่างใดอย่างหนึ่งถูกต้องผู้นั้นเข้า ผู้นั้นก็มีความวิตกอย่างนี้ว่า เราเป็นผู้มีความเคลือบแคลง… สงสัย ถึงความแน่ใจในพระสัทธรรมแล้ว ดังนี้…. เขาย่อมเศร้าโศกลำบากพิไรตรีอกคร่ำครวญ… บุคคลนี้แล.. กลัวต่อความตาย สะดุ้งต่อความตาย <p> </p><p>โยธาชีวรรค จ. อํ. (๑๘๔)
ตบ. ๒๑ : ๒๓๕-๒๓๘ ตท. ๒๑ : ๒๐๑-๒๐๓</p>